
Photo : washingtonpost
เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์เกิดไฟป่าลุกลามที่ป่าแอมะซอนประเทศบราซิลบนโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยระบุว่าเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นนั้นดำเนินมายาวนานกว่าหลายสัปดาห์ แต่สำนักข่าวและทางการบราซิลกลับไม่มีการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวให้สังคมโลกได้รับรู้ ภาพถ่ายจำนวนมากถูกปล่อยออกมาบนสื่อโซเชียลต่าง ๆ ทั้ง Facebook, Twitter และ Youtube แสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับป่าแอมะซอนอย่างมหาศาล
ภายหลังทางการรัฐบาลบราซิลได้ออกมาเปิดเผยว่าภาพไฟป่าที่ถูกดผยแพร่บนโลกออนไลน์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง นับเป็นเวลากว่าหลายสัปดาห์ที่เราได้เห็นพาดหัวข่าวว่าป่าฝนแอมะซอนกำลังลุกไหม้เป็นวงกว้าง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศของบราซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซาเปาโลูซึ่งนับว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบราซิล ควันจากไฟป่าแพร่กระจายออกไปไกลหลายร้อยไมล์ เขม่าและควันทำให้กลุ่มเมฆปนเปื้อนจนสามารถเปลี่ยนให้กลางวันกลายเป็นกลางคืนได้เลย
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2019 ไม่ถือเป็นเหตุการณ์ที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะเหตุการณ์ไฟป่าในแอมะซอนเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูแล้ง (ช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม) ซึ่งสาเหตุอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น สายฟ้าฟาด แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้เชื่อว่าเป็นผลมาจากการกระทำของเกษตรกรและคนลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมได้ออกมากล่าวหา Jair Bolsonaro ประธานาธิบดีคนปัจจุบันว่าให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ทั้งนี้ตัวประธานาธิบดี Bolsonaro ได้ออกมาโต้ตอบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากภายในและต่างประเทศ โดยการประกาศห้ามทำการจุดไฟเผาป่า (clearing land) เป็นเวลา 60 วัน นอกจากนี้ประธานาธิบดี Bolsonaro ยังได้ตอบรับข้อเสนอของรัฐบาลชิลีที่ยื่นมื
อเข้ามาช่วยเหลือโดยการส่งเครื่องบินสี่ลำพร้อมทหาร 44,000 นายมาเพื่อต่อสู้กับปัญหาไฟป่าครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี Bolsonaro ได้ปฏิเสธเงินช่วยเหลือจำนวน 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของกลุ่ม G7 หลังจากเกิดข้อพิพาทกับประธานาธิบดี Emmanuel Marcron ของฝรั่งเศส
Published : Sept 5,2019