บราซิลและประเทศจีนได้เริ่มดำเนินความสัมพันธ์ทางการทูตร่วมกันมาตั้งแต่ปี 1974 ก่อนที่จะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในช่วงปี 1985 ภายหลังการทำให้เป็ฯประชาธิปไตยทำให้คความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในระดับทวิภาคีของทั้งสองประเทศมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการร่วมมือดังกล่าวที่ขยายตัวได้ร่วมไปถึงเรื่องความร่วมมือด้านการทหารและการป้องกันด้วยเช่นกัน
ในปี 1984 ประธานาธิบดี João Baptista Figueiredo ผู้นำเผด็จการทหารคนสุดท้ายได้เดินทางไปเยี่ยมเยีนประเทศจีน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของประเทศบราซิลในการเดินทางไปยังประเทศจีน การเดินทางเยือนประเทศจีนครั้งดังกล่าวได้นำไปสู่การลงนามในบันทึกความเข้าใจในความร่วมมือเกี่ยวกับการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ พร้อมทั้งได้ตัดสินให้มีการแลกเปลี่ยนผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารระหว่างทั้งสองประเทศ และต่อมาในปี 1985 ประเทศจีนจึงได้ก่อตั้งสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารขึ้นในเมือง Brasília เช่นเดียวกันกับประเทศบราซิลที่ได้ก่อั้งสำนกงานดังกล่าวขึ้นที่เมือง Beijing ในปี 1988 ช่วงศตวรรษที่ 1990 ถือได้ว่าความร่วมมือด้านกลาโหมได้รับการสนับสนุนอย่างมากจนก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนการของรัฐมนตรีทั้งสองประเทศ มีการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันจนนำไปสู่การเข้าร่วมหลักสูตรที่เปิดสอนโดยสถาบันป้องกันราชอาณาจักรจีนของประเทศบราซิลในปี 1995
ภายหลังปี 2000 เป็นต้นมาความสัมพันธ์ทางการทหารในระดับทวิภาคีได้รับแรงกระตุ้นอีกครั้งเนื่องจากนโยบายต่างประเทศของบราซิลที่มีวัตถุประสงค์ในการเปลี่ยนความสนใจไปสู่ความร่วมมือใต้ – ใต้ (South-South cooperation) และฟื้นฟูความร่วมมือเชิงยุทธศาตร์กับประเทศจีน ซึ่งทั้งบราซิลและจีนเองต่างก็พยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อให้มีความพร้อมสำหรับการเติบโตทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ภายใต้การการนำของรัฐบาล Lula และ Rousseff ประเทศบราซิลพยายามส่งเสริมและฟื้นฟูอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศของบราซิลซึ่งในอดีตเคยเฟื่องฟูเป็นอย่างมาก ซึ่งทั้งสองประเทศก็เห็นตรงกันถึงความจำเป็นในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศระหว่างกัน
Under Lula’s Government
ภายใต้การนำของรัฐบาล Luiz Inacio Lula da Silva ความสัมพันธ์ทางการทหารได้ถูกกระตุ้นให้เกิดการขยายตัว ตัวอย่างความร่วมมือที่สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวทางความร่วมมือทางการทหารของทั้งสองประเทศในช่วงรัฐบาล Lula ได้แก่ ข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านกลาโหมและการก่อตั้งคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนและความร่วมมือ (JCEC)
JCEC
Joint Commission for Exchange and Cooperation หรือคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนและความร่วมมือได้ก่อร่างขึ้นในเดือนตุลาคมปี 2004 ระหว่างการเดินทางมาเยือนของ Cao Gangchuan รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของประเทศจีนที่ประเทศบราซิลก่อนจะก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายนปี 2009 การก่อตั้ง JCEC ถือเป็นครั้งแรกสำหรับการสร้างพท้นที่ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างสองประเทศ การดำเนินงานส่วนใหญ่ของคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อแลกเปลี่ยนและความร่วมมือมักจะให้ความสำคัญในด้านการศึกษาและการฝึกอบรมบุคลากร โดยจะมุ่งเน้นที่การแบ่งปันหลักการและความรู้ร่วมกันเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ของความร่วมมือและความจำเป็นในด้านการป้องกัน
Dilma Rouseff

สำหรับการบริหารงานของรัฐบาล Rouseff นั้นประเทศบราซิลยังคงให้ความสำคัญกับประเทศจีนอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างการเยี่ยมชมประเทศจีนของประธานาธิบดี Dilma Rousseff ในปี 2011 ทั้งสองประเทศได้ลงนามในกรอบข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อตกลงการป้องกันครั้งแรกที่ประเทศจีนได้ลงนามกับประเทศในแถบละตินอเมริกา ข้อตกลงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของหลักสูตรทหาร การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีการป้องกัน ความร่วมมือด้านปฏิบัติการทางทหารซึ่งรวมไปถึงปฏิบัติการในการรักษาสันติภาพร่วมกับสหประชาชาติในการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและความปลอดภัยในเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ
SIPAM – Sistema de Proteção da Amazônia
ภายหลังการเดินทางเยือนระหว่างกันจึงได้ก่อให้เกิดความคิดริเริ่มเกี่ยวกับการรับรู้จากระยะไกล โทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องชาวบราซิลที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าอเมซอนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงที่ลงนามระหว่างการเยี่ยมเยือนของประธานาธิบดี Xi Jinping ข้อตกลงดังกล่าวมุ่งเน้นการเสริมสร้างระบบการป้องกันอเมซอน (Brazil’s Amazon Protection System – SIPAM) ด้วยการแบ่งปันภาพถ่ายของป่าอเมซอนจากดาวเทียมของประเทศจีนกับศูนย์ปฏิบัติการและการจัดการระบบป้องกันอเมซอนของประเทศบราซิล จากการลงนามในข้อตกลงดังกล่าวคาดว่าประเทศจีนจะมูลค่ากรลงทุนสูงถึง 1 พันล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐในภาคการวิจัยและพัฒนาของบราซิล นอกจากนี้ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้ประเทศจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ด้านเทคโนโลยีของบราซิลและเทคโนโลยีของตะวันตกในทางอ้อม ในขณะที่ประเทศบราซิลเองก็จะได้รับประโยชน์จากเงินทุนและความเชี่ยวชาญของประเทศจีนในเรื่องที่ฝั่งตะวันตกลังเลที่จะให้ความช่วยเหลือ ในปี 2015 บริษัท Odebrecht ของบราซิลได้ลงนามกับ China Electronics Corporation (CEC) และธนาคารอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ของประเทศจีน (ICBC) ในเรื่องระบบการตรวจสอบและเฝ้าระวังอเมซอนรูปแบบใหม่โดยมุ่งหวังที่จะขยาย SIPAM การดำเนินการดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญของภาคเอกชนในการขยายความร่วมมือกับประเทศจีนเช่นกันไม่ใช่เพียงแต่ภาครัฐที่พยายามที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศจีน
ที่มา
Horta, L. (2015). Brazil-China Relations. RSIS Working Paper. 87. [Online]. Retrieved from https://www.rsis.edu.sg/wp-content/uploads/2015/03/WP287.pdf
Marcondes, D., & Barbosa, P. H. B. (2018). Brazil-China defense cooperation: A strategic partnership in the making. Journal of Latin American Geography, 17(2), 140-166. doi:https://doi.org/10.1353/lag.2018.0025

