วัฒนธรรมของชนพื้นเมืองบราซิลนั้นเป็นการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมแบบแอฟริกันและโปรตุเกส ซึ่งมาผสมจนกลายมาเป็นวิถีชีวิตของชาวบราซิลสมัยใหม่ โดยวัฒนธรรมจากโปรตุเกสจะป็นวัฒนธรรมมีอิทธิพลมากกว่าอิทธิพลอื่น ๆ ทำให้ชาวบราซิลได้รับอิทธิพลทางภาษา ศาสนา และประเพณีต่าง ๆ มาจากโปรตุเกสเป็นส่วนมาก และถึงแม้ประชากรชาวพื้นเมืองจะมีจำนวนที่น้อย แต่ Tupí-Guaraní ซึ่งเป็นภาษาของชาวพื้นเมืองนั้นก็ยังคงมีการใช้อยู่ในปัจจุบัน
นอกจากนี้วัฒนธรรมลุ่มแม่น้ำอะเมซอนซึ่งเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมที่มีอิทธิพลต่อชาวบราซิล เช่นกัน ส่วนประชาชนแถบแนวชายฝั่งระหว่างภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเมืองริโอเดอจาเนโรนั้นจะเป็นพื้นที่ที่ได้อิทธิพลจากวัฒนธรรมแอฟริกันเป็นอย่างมาก เช่นอาหารการกินแบบแอฟริกัน ศาสนา ดนตรี และการเต้นรำ นอกจากนี้วัฒนธรรมของชาวบราซิลบางส่วนยังได้รับมาจาก ยุโรปและอเมริกาเหนือด้วยเช่นกัน
Performing arts
ชาวบราซิลนั้นมีความรักดนตรีอยู่ในสายเลือด ดนตรีของประเทศบราซิลจึงมีการพัฒนาอยู่ตลอด นอกจากนี้ในประเทศบราซิลยังมีนักแต่งเพลงที่มีพรสวรรค์มากมาย เช่
Heitor Villa-Lobos
นักแต่งเพลงคลาสสิก ที่นำเอาเพลงพื้นบ้านมาผสมผสานเข้ากับจังหวะเพลงของโปรตุเกสและแอฟริกา
João Gilberto และ Antônio Carlos Jobim
นักแต่งเพลงคนสำคัญที่เป็นผู้คิดค้นแนวเพลง bossa nova ขึ้น โดยแนวเพลงนี้ได้รับความนิยม และโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งแนวเพลง bossa nova นี้เป็นการผสมผสานจังหวะแซมบ้ากับดนตรีแจ๊ส
Francisco Buarque de Hollanda
นักแต่งเพลงชื่อดัง เพลงที่เขาแต่งมักได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเพลงบัลลาดและเพลงโอเปร่าที่เขาแต่งมักมีเนื้อหาเชิงสะท้อนปัญหาสังคม
Dancing
Samba
แซมบา เป็นแนวดนตรีและการเต้นรำชนิดหนึ่งของบราซิล ที่มีรากเหง้าจากเมืองริโอเดอเจนาโรและทวีปแอฟริกาผ่านทางการค้าทาสชาวแอฟริกาตะวันตก โดยแซมบาถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของงานคาร์นิวัลและประเทศบราซิล อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในการแสดงออกทางวัฒนธรรมที่เป็นที่นิยมมากที่สุดจนกลายเป็นอัตลักษณ์แห่งชาติของบราซิล และได้รับความนิยมไปทั่วโลก (Britanica,2019)
Food
อาหารที่ได้รับความนิยมในประเทศบราซิลมักเป็นเมนูปิ้ง ย่าง (บาร์บีคิว ) เนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว ไก่ หมู เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเมนู
Pão de queijo
ขนมปังชีส ซึ่งทำมาจากขนมปังชีสปั้นเป็นก้อนกลม ๆ แล้วนำไปอบ ขนมปังชีส

Moqueca
สตูวพื้นเมือง ทำมาจาก มะเขือเทศ หัวหอม กะทิ กุ้ง ปลา ผักชี

Churrasco
เนื้อย่าง Churrasco มีลักษณะคล้าย ๆ กับบาร์บีคิว ส่วนใหญ่มักเป็น เนื้อหมู ไก่ วัว หรือ แกะ

Carnival

เทศกาล “ริโอ คาร์นิวัล” เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในเมืองริโอ เด จาเนโร ซึ่งเทศกาลนี้เป็นเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก ในแต่ละปีมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกหลั่งไหลมาร่วมเทศการนี้ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคนต่อวัน เพื่อที่จะชมความยิ่งใหญ่ตระการตาของขบวนพาเหรด และชุดแฟนซีที่มีสีสันสดใส โดยงานคาร์นิวัลนั้นจะจัดขึ้นก่อนเทศกาลอีสเตอร์ 51 วัน
นอกเหนือจากขบวนพาเหรดอันอลังการตระการตาจำนวนหลายขบวน ทีมีการเปิดกว้างให้ประชาชนร่วมสนุกอย่างเสรีแล้วนั้น อีกไฮไลต์สำคัญของเทศกาลคาร์นิวัลคือการเปิดสนามกีฬาใหญ่ “แซมบ้าโดรมส์” เพื่อจัดการแข่งขันระหว่างตัวแทนโรงเรียนแซมบ้าในแต่ละภูมิภาค โดยงานนี้เป็นการแข่งกันอย่างเอาเป็นเอาตายยาวต่อเนื่อง 4 วัน 4 คืน และมีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ไปทั่วทั้งทวีปละตินอเมริกา

เทศกาลคาร์นิวัลของบราซิลไม่ได้เป็นเพียงเทศกาลเฉลิมฉลองเพื่อสร้างความรื่นเริงเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นเทศกาลที่สะท้อนวัฒนธรรมและสังคมของบราซิลได้เป็นอย่างดี เนื่องจากงานเทศกาลนี้เป็นเวทีที่เปิดกว้างให้ประชาชนชาวบราซิลทุกเพศทุกวัยได้ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเสรี จะเห็นได้จากการแสดงงานศิลปะ การเสียดสีทางการเมืองและสังคมของบราซิล ผ่านเครื่องแต่งกายและขบวนพาเหรด โดยการจัดงานคาร์นิวัลครั้งต่อไปจะจัดขึ้นในวันที่ 21-26 กุมภาพันธ์ 2020 (ASPA,2019)
Material art
Capoeira

คาโปเอร่า เป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่มีการออกท่าทางไปกับจังหวะเพลงคล้ายการเต้น โดยผู้เล่นจะออกท่าทางไปตามจังหวะเสียงเพลง ซึ่งจะเป็นการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า คาโปเอร่านั้นมีกำเนิดราวๆ 500 ปีก่อน คำว่า “คาโปเอร่า” แปลว่า หญ้าที่ถูกตัดให้สั้น แต่แท้ที่จริงแล้วไม่มีการบันทึกอย่างชัดเจนว่าคาโปเอร่าพัฒนามาจากที่ใด แต่จุดเริ่มต้นที่น่าเชื่อถือที่สุดนั้นก็คือ คาโปเอร่าได้กำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ในยุคล่าอาณานิคม ซึ่งเป็นสมัยที่ชาวโปรตุเกสปกครองประเทศบราซิล และนำพาทาสมาจากทวีปแอฟริกา ทาสเหล่านี้ได้ถูกห้ามไม่ให้ฝึกศิลปะการต่อสู้ เพื่อป้องกันการก่อกบฏ ดังนั้นชาวแอฟริกาจึงแอบฝึกกันในทุ่งหญ้าสูง เพื่อบังสายตาจากเจ้าหน้าที่ โดยการตัดหญ้าออกเป็นรูปวงกลม แล้วฝึกกันอยู่ภายในวงกลมนั้น และได้พัฒนาจนกลายมาเป็นรูปแบบการเล่นคาโปเอร่าที่จะมีคนยืนล้อมเป็นวงกลม และให้ผู้เล่นต่อสู้กันภายในวงกลมแบบในปัจจุบัน แต่การต่อสู้ของคาโปเอร่าจะมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งก็คือเป็นการต่อสู้เพียงแค่ท่าทาง ไม่มีการโดนตัวคู่ต่อสู้จริง ๆ โดยการได้รับชัยชนะจะขึ้นอยู่กับความลื่นไหลของท่าทาง และการกดคู่ต่อสู้ให้เป็นฝ่ายรับได้มากที่สุด (Posttoday,2015)
อ้างอิง
ASPA. (2019). Brazil .[Online]. Retrieved Sep, 4. From http://www.mfa.go.th/aspa/th/articles/9161/100499-ริโอ-คาร์นิวัล-ความอลังการแห่งบราซิล.html
Britanica. (2019). Brazil .[Online]. Retrieved Sep, 4. From https://www.britannica.com/place/Brazil
Next Tour. (ม.ป.ป.). ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศบราซิล [ออนไลน์]. Retrieved Sep, 4. From https://www.nexttour.com/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%A5/
Posttoday. (2015). คาโปเอร่า สู้ขยับจับจังหวะดนตรี [ออนไลน์]. Retrieved Sep, 4. From https://www.posttoday.com/life/healthy/368166


