Fernando Haddad

          ตำแหน่ง : อดีตนายกเทศมนตรีเมืองเซาเปาโล, อดีตรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ อดีตหนึ่งในผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลในปีค.ศ. 2018 และปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคแรงงาน

แรกเริ่ม Fernando Haddad เป็นทนายความและนักเขียน เขาเกิดเมื่อวันที่ 25 มกราคม 1963 ในเมืองเซาเปาโล ต่อมาในปีค.ศ. 1983 เขาได้เริ่มเข้าสู่การเมืองโดยเขาได้เข้าร่วมกับพรรคแรงงาน (PT)

โดยเขาเป็นผู้ที่มีผลงานเกี่ยวกับด้านการเมื่องในบราซิลอย่างหลากหลาย แรกเริ่มคือในปี 1984  เขาได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งโดยตรงสำหรับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐในบราซิล ต่อมาในปีค.ศ. 2001 เขาได้รับเลือกให้รับตำแหน่งเป็นผู้ช่วยด้านการเงินและการพัฒนาเศรษฐกิจของเมือง จนถึงปีค.ศ. 2003 เขาถูกเรียกตัวไปทำงานในบราซิเลียในฐานะที่ปรึกษาพิเศษของกระทรวงการวางแผนและการเงินในการจัดการของ Guido Mantega เป็นเวลากว่าหนึ่งปี

ในปีค.ศ. 2005 รัฐบาลของ Luiz Inácio Lula da Silva ถูกโจมตีด้วยข่าวฉาว Mensalão ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการซื้อเสียงของรัฐบาลในตอนนั้น Tarso Genro ผู้ซึ่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ณ เวลานั้นจึงลาออกเพื่อไปเป็นหัวหน้าพรรคแรงงานแทนหัวหน้าพรรคแรงงานคนก่อนหน้าที่ลาออกเพราะข่าวฉาว Mensalão เพราะเหตุนั้น Haddad จึงถูกเลื่อนตำแหน่งขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแทน

ภายใต้การนำของ Haddad กระทรวงศึกษาธิการได้คิดค้น ProUni โปรแกรมให้ทุนแก่นักเรียนนักศึกษารายได้ต่ำ ซึ่งช่วยให้เด็กและเยาวชนมีที่ปัญหาด้านรายได้ให้มีการศึกษาที่สูงขึ้นผ่านกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (FIES) และยังสร้างกองทุนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกเหนือจากเรื่องการให้ทุนต่าง ๆ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มีการกำหนดการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติใหม่ (ENEM) แต่อย่างไรก็ตามในปีค.ศ. 2009 ข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัยแห่งชาติหลุดรั่วออกไปในวันก่อนมีการสอบ กระทรวงศึกษาธิการจึงถูกดึงไปพัวพันกับข้อโต้แย้งว่าทำข้อสอบหลุดรั่ว จากเหตุการณ์ดังกล่าวจึงทำให้รัฐบาลสั่งยกเลิกการสอบในครั้งนั้นทิ้ง และเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางก็ออกมากล่าวว่ากองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (FIES) ไม่ได้เพิ่มจำนวนนักเรียนนักศึกษาในระดับอุดมศึกษาเลย

     อย่างไรก็ตามประสบการณ์ของ Haddad ในฐานะเจ้าหน้าที่อาวุโสทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครเลือกตั้งของพรรคแรงงานในการแข่งขันชิงนายกเทศมนตรีเมืองเซาเปาโล เขาได้รับการแนะนำจาก Lula เป็นการส่วนตัวเพื่อให้ได้มาซึ่งเมืองที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของบราซิล แม้จะไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน แต่เขาก็ยังคงชนะเลือกตั้งมาได้ด้วยคะแนนร้อยละ 55.57% ในปีค.ศ. 2012

     หลังจากได้รับตำแหน่ง Haddad มีนโยบายขยายเลนจักรยาน และเลนรถขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะเลนรถบัสซึ่งเป็นรถขนส่งสาธารณะที่เป็นที่นิยม และยังมีการปรับลดอัตราความเร็วในการใช้รถยนต์เพื่อที่จะลดจำนวนอุบัติเหตุลง ซึ่งมาตรการลดความเร็วนี้ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม นอกเหนือจากนี้ เขายังได้สร้างสำนักงานผู้บัญชาการกรมบัญชีกลาง ซึ่งเป็นสถาบันที่ตรวจสอบดูแลค่าใช้จ่ายสาธารณะของเมืองเซาเปาโล หลังจากมีการเจรจาอย่างดุเดือดกับรัฐบาลกลาง เขาก็สามารถลดหนี้ของเมืองลงถึงครึ่งหนึ่ง

ในปีค.ศ. 2013 Haddad ในฐานะหัวหน้าคณะผู้บริหารเซาเปาโล เขาได้สร้างผู้ควบคุมบัญชีกลางแห่งชาติในความพยายามที่จะต่อสู้กับการทุจริต

     แต่อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากผลงานของ Haddad แล้ว การควบคุมดูแลจัดการเมืองที่เป็นหนึ่งในมหานครที่ใหญ่ที่สุดของโลกกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่เขาได้คาดหวังเอาไว้ ในปีแรกเขาต้องเผชิญกับการประท้วงครั้งใหญ่ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเรียกร้องให้ลดค่าโดยสารรถขนส่งสาธารณะ จนไปถึงการประท้วงต่อต้านนักการเมือง และภาพลักษณ์ของเขาก็ลดลงเรื่อยๆจนทำให้แผนการเลือกตั้งในปีค.ศ. 2016 เขาได้แพ้ให้กับ João Dória (PSDB)

     Haddad เป็นสมาชิกของพรรคแรงงานตั้งแต่ปีค.ศ. 1983 แต่ไม่เคยเป็นตัวหลักของการเมืองพรรคภายใน จนกระทั่งปีค.ศ. 2018 เขาได้เข้าร่วมกับกลุ่มคนส่วนน้อยของพรรคที่ชื่อว่า Mensagem ao Partido หลังจากนั้นเพื่อที่จะเพิ่มความสนิทสนมกับ Lula เขาก็ได้เข้าร่วมกลุ่มปีกอดีตประธานาธิบดี (Construindo Um Novo Brasil) อีกด้วย

     ในวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2018 เนื่องจาก Lula ถูกสั่งจำคุกข้อหาทุจริตจึงทำให้ Haddad ได้ก้าวเข้ามามีบทบาทเป็นหนึ่งในผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของบราซิลของพรรคแรงงานแทนตัว Lula เอง ผู้สนับสนุน Lula กว่าร้อยคนนัดกันรวมตัวกันบริเวณใกล้ๆเรือนจำที่ Lula ถูกสั่งขัง ณ ที่นั่น Haddad ได้อ่านจดหมายที่เขียนขึ้นโดย Lula ให้แก่เหล่าผู้สนับสนุนฟังว่า Lula ได้ฝากฝังให้เขารับช่วงต่อจาก Lula เป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่าผู้สนับสนุนเกือบทั้งหมดของ Lula หันมาสนับสนุน Haddad เช่นเดียวกับที่เคยให้การสนับสนุน Lula ในอดีต และยังมีผู้คนอีกมากมายที่สนับสนุนการเมืองแบบซ้ายจัดก็เลือกที่จะสนับสนุน Haddad เช่นเดียวกัน เพราะพรรคแรงงานได้แสดงจุดยืนในการต้องการบริหารประเทศแบบซ้ายจัด และการลงแย่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งนี้ทำให้อาชีพนักการเมืองเขาก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น เขาถือเป็นจุดศูนย์กลางของพรรคแรงงานเลยทีเดียว

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แม้จะมีผู้สนับสนุนเก่าจากผู้สนับสนุนของ Lula แต่ก็มีผู้สนับสนุนของ Lula อีกไม่น้อยที่ไม่ได้เข้ามาสนับสนุน Haddad ต่อจาก Lula ทันที ภารกิจอีกอย่างของ Haddad ในช่วงก่อนการเลือกตั้งคือการที่เขาจะต้องแปลฐานเสียงเก่าของ Lula ให้มาเป็นฐานเสียงของตนเพื่อที่จะให้บุุคคลเหล่านั้นลงคะแนนให้กับตัวเขาเอง โดยเขาได้แถลงการณ์การเลือกตั้งของพรรคแรงงาน โดยการชูนโยบายที่เรียกร้องให้มีการลดภาษีสำหรับคนจนและขึ้นภาษีสำหรับคนรวย เป็นต้น

     ถึงแม้ว่าเขาจะทำงานและโฆษณาตัวเองอย่างหนักในการเดินสายปราศรัยก่อนการเลือกตั้งมากเท่าไร แต่ผลลัพธ์หลังจากการเลือกตั้งเมื่อต้นปีค.ศ. 2019 Jair Messias Bolsonaro  ซึ่งเป็นผู้สมัครฝ่ายขวาจัดจากพรรค Social Liberal Party (PSL) ได้ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ไปด้วยคะแนน 55.13% ซึ่งหมายความว่าเขาได้ถูกรับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 38 ของบราซิลและจะต้องเข้าทำงานในวันที่ 1 มกราคม 2019

โดยหลังจากที่เขาพ่ายแพ้การเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเลือกตั้งตำแหน่งที่ผ่านมาแต่เขาก็ยังคงได้รับดำรงตำแหน่งเป็นหนึ่งในผู้นำพรรคคนสำคัญของพรรคแรงงาน เขาจึงกลายเป็นหนึ่งในฝ่ายค้านของรัฐบาลบราซิลชุดปัจจุบัน ซึ่งก็ถือได้ว่าเขาเองก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีบทบาทต่อการเมืองในบราซิลในขณะนี้เนื่องจากการที่เขาออกมาแสดงความคิดเห็นและแสดงท่าทีต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอยู่อย่างบ่อยครั้ง อาทิ กรณีที่ เขาให้สัมภาษณ์ว่าเขาจะไม่สมัครรับชิงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองเซาเปาโลในครั้งต่อไป เนื่องจากเขามีความต้องการที่จะร่วมกับพรรคแรงงานที่เขาอยู่ในปัจจุบัน เพื่อวางรากฐานสำหรับการเลือกตั้งในปี 2020 กรณีที่เขาและผู้นำของพรรคอื่น ๆ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการถอดถอน Sergio Moro และ Deltan Dallagnol ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากเชื่อว่า  Moro ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาตามกฎหมายอย่างถูกต้องและเที่ยงตรง เช่นเดียวกันกับที่ Deltan Dallagnol ได้กระทำความผิดกฎหมายการค้า อีกทั้งยังมีการสมรู้ร่วมคิดกระทำผิดกฎหมายกับผู้พิพากษา Moro ในกรณีของ Lava Jato จนเป็นผลให้ทั้งสองคนดังกล่าวถูกตรวจสอบในที่สุด หรือจะเป็นในกรณีที่เขาได้ออกมาแสดงความคิดไม่เห็นด้วยกับประธานาธิบดี Bolsonaro ที่มีนโยบายที่ละเลยทรัพยากรและสภาพแวดล้อมที่เป็นพื้นที่ป่าไม้บราซิล เห็นได้จากพื้นที่ในป่า Amazon หลายส่วนถูกทำลายโดยชนพื้นเมืองเพิ่มมากขึ้นกว่าร้อยละ 278 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2018 ซึ่งเป็นผลให้ประชาชนเกิดกระแสการต่อต้าน Bolsonaro เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากประเด็นในกรณีนี้ นอกจากนี้เขายังได้กล่าวถึง Bolsonaro ในคอลัมน์ของเขาใน Folha de S. Paulo อีกว่ารัฐบาลของ Jair Bolsonaro นั้นสนับสนุนการทำลายการศึกษาของบราซิลเนื่องจาก Bolsonaro ทำการตัดงบจากทุนการศึกษาและโครงการวิจัย โดย Haddad ให้ความเห็นว่าเนื่องด้วยความรู้ วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่จะก่อให้เกิดเสรีภาพในสังคม และถ้าหากเมื่อไหร่ก็ตามที่ประชาชนสามารถที่จะตระหนักถึงเสรีภาพของตนได้นั้น สิ่งเหล่านั้นก็อาจก่อให้ปัญหาแก่รัฐบาลเผด็จการภายหลังได้  Bolsonaro ซึ่งเป็นฝ่ายขวาจัดจึงมีความพยายามที่จะขัดขวางการเรียนรู้ของประชาชน เป็นต้น

จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่าถึงแม้ Haddad จะแพ้การเลือกตั้งในการเป็นประธานาธิบดีก็ตามแต่ภายหลังเขาก็ยังคงมีอิทธิพลต่อการเมืองในบราซิลอยู่ตลอด เนื่องจากการที่เขายังคงได้รับดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำของพรรคฝ่ายตรงกันข้ามประกอบกับแนวความคิดของเขาเองก็ได้รับความนิยมจากผู้คนที่เป็นฝั่งซ้ายอย่างมาก เนื่องจากนโยบายต่างๆของ Bolsonaro นั้นค่อนข้างที่จะมีท่าทีที่แสดงออกมาถึงความเป็นอนุรักษ์นิยมอย่างสุดโต่งเกินไปจนทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจจากประชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองกลับส่งผลดีต่อ Haddad เนื่องจากมันส่งผลให้เขากลับได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นและความนิยมเหล่านั้นก็ได้แปรผันทำให้เขามีอิทธิพลและมีอำนาจเพิ่มมากขึ้นไปอีก

นอกเหนือจากด้านอำนาจที่เริ่มขยายเพิ่มขึ้นนั้น เขายังอยู่ระหว่างการตรวจสอบความประพฤติมิชอบในหน้าที่ในช่วงที่การดำเนินนโยบายขยายเลนจักรยานสมัยที่เป็นรัฐมนตรีกระทรวงการศึกษาธิการ และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง Car Wash อันยิ่งใหญ่อีกด้วย

อ้างอิง

Diogo Rodriguez. (2018). How did Fernando Haddad get here?. [Online]. Retrieved August, 10. From https://brazilian.report/power/2018/10/14/haddad-life-bio/

Hurriyet Daily News. (2018). Brazil’s Lula quits presidential race, Haddad to run instead. [Online]. Retrieved August, 10. From http://www.hurriyetdailynews.com/brazils-lula-quits-presidential-race-haddad-to-run-instead-136743

The Economist. (2013). What is Brazil’s “Mensalão”?. [Online]. Retrieved August, 10. From https://www.economist.com/the-economist-explains/2013/11/18/what-is-brazils-mensalao