The 21st Century

(ที่มา: https://ppt-online.org/45832)

ประเทศบราซิลและประเทสรัสเซียมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องการเป็นประเทศผู้นำในภูมิภาคของตนเอง ในอดีตทั้งสองประเทศแทบจะไม่มีปฎิสัมพันธ์ระหว่างกันนอกเหนือไปจากการแลกเปลี่ยนเชิงพาณิชย์ เนื่องจากในอดีตสหภาพโซเวียตมองว่าประเทศบราซิลมีความใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกามากจนเกินไป (Stuenkel, 2010) ภายหลังสงครามเย็นสิ้นสุดลงประธานาธิบดี Cordoso พยายามที่จะดำเนินความสัมพันธ์กับกับประเทศรัฐเซียเพื่อนหลีกเลี่ยงการพึ่งพาประเทศสหรํบอเมริกาที่มากจนเกินไป นำไปสู่การพัฒนาความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศ อาทิ การให้ความช่วยเหลือของประเทศรัสเซียในเรืองพลังงานนิวเคลียและอุตสาหกรรมการบิน เป็นต้น (Gvosdev and Marsh, 2013)

Luiz Inacio Lula da Silva

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศบราซิลและรัสเซียนั้นกลับมีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี Luiz Inacio Lula da Silva ส่งผลให้การค้าระหว่างสองประเทศขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประเทศบราซิลจึงกลายเป็นประเทศคู่ค้าอันดับหนึ่งของประเทศรัสเซียในภูมิภาคละตินอเมริกา กล่าวคือประเทศบราซิลมีมูลค่าการค้าคิดเป็นร้อยละ 1 ของการค้าระหว่างประเทศทั้งหมดของรัสเซีย (Gvosdev and Marsh, 2013) 

The Talks of The Presidents

ในปี 2004 ประธานาธิบดี Putin ได้เดินทางมายังประเทศบราซิลเพื่อการเจรจา ซึ่งการเจรจาครั้งนำไปสู่การก่อตั้งความร่วมมือพหุภาคีหรือ BRIC ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ทั้งสองได้มีความพยายามในการพัฒนาความร่วมมือระดับทวิภาคีร่วมกัน (Gvosdev and Marsh, 2013) 

ในปี 2005 ประธานาธิบดี Putin และประธานาธิบดี Lula ได้เดินทางไปยังมอสโคเพื่อเข้าพบปะกับประธานธิบดี Putin ซึ่งภายหลังการพบปะกันได้มีการออกแถลงการณ์ร่วมกันด้วยการประกาศ Strategic Partnership (Stuenkel, 2010) ซึ่งเน้นให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือเพิ่มเติมในด้านเศรษฐกิจ พลังงาน เทคโนโลยีชั้นสูง การทหาร กฎหมายและวัฒนธรรม ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวได้หมายรวมไปถึงความร่วมมือของการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาค อาทิ MERCOSUR และ the Rio Group เป็นต้น  นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังได้พิจารณาว่าการก่อการร้ายเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามดังกล่าวทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีและทั้งสองก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสันติภาพและความมั่นคง แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินงานของทั้งสองประเทศก็ตั้งอยู่บนหลักการของสนธิสัญญาว่าด้วยการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (the Treaty on the Non-Proliferation of Nuclear Weapons) นอกเหนือไปจากการร่วมมือด้านความมั่นคงแล้วนั้นยังได้มีการระบุถึงพัฒนาการของความร่วมมือระดับทวิภาคีในภาคพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องโอกาสการเข้ามามีส่วนร่วมของรัสเซียในการสร้างสถานีไฟฟ้าพลังงานน้ำในประเทศบราซิล รวมไปถึงการประสานงานระหว่างบริษัทน้ำมัน ก๊าซและปิโตรเคมีต่าง ๆ ของประเทศ (The Kremlin, 2005)

The Energy Cooperation

ในส่วนของภาคพลังงานนั้นประเทศรัสเซียได้มีการทำข้อตกลงกับคณะกรรมาธิการพลังงานนิวเคลียร์แห่งชาติของประเทศบราซิลเพื่อร่วมมือกันในการทำเหมืองยูเรเนียมและพัฒนาเครื่องปฎิกรณ์ใหม่ บริษัท Gazprom ของรัสเซียและบริษัท Petrobras ของบราซิลได้ร่วมมือกันในโครงการด้านพลังงานที่หลากหลาย กล่าวคือ การพัฒนากำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติ (LNG) และการสำรวจแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่ง (Offshore Filed) ร่วมกัน ซึ่งนอกจากความร่วมมือข้างต้นแลัว  Gazprom ยังได้มีการส่งเสริมการพัฒนาท่อส่งน้ำมัน pan-South America ซึ่งเน้นการเชื่อมโยงของเครือข่ายพลังงานร่วมกันของภูมิภาคละตินอเมริกาโดยที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ที่เมือง Rio de Janeiro ประเทศบราซิล (Gvosdev and Marsh, 2013) 

นอกจากนี้ทั้งสองประเทศยังได้ขยายความร่วมมือไปยังภาคส่วนต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากมองว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองอาจจะยังดูไม่แน่แฟ้นเพียงพอ จึงได้มีการตัดสินใจที่จะทำการค้าโดยตรงระหว่างสองประเทศขึ้น กล่าวคือ เป็นการแลกเปลี่ยนโดยใช้สกุลเงินของทั้งสองประเทศ (Rubles และ Reals) โดยตรงไม่ผ่านการแลกเปลี่ยนด้วยสกุลเงินดอลลาร์ของสหรัฐอเมริกาซึ่งจะทำให้ค่าเงินของทั้งสองประเทศเพิ่มสูงขึ้น จึงอาจถือได้ว่าภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลของนาย Lula ประเทศบราซิลประสบความสำเร็จในการเจริญความสัมพันธ์กับประเทศรัสเซียทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศมีความแน่นแฟ้นเพิ่มขึ้น รวมไปถึงมีการขยายตัวทางการค้าเพิ่มสูงขึ้น

Dilma Rousseff

ภายหลังจากการขึ้นดำรงดำแหน่งของประธานาธิบดี  Dilma Rousseff  ประเทศบราซิลและรัสเซียได้มีการทำสนธิสัญญาความร่วมมือแบบทวิภาคีขึ้นหลายฉบับโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างทั้งสองประเทศใน้มีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2015 (Gvosdev and Marsh, 2013)  แต่การค้าระหว่างทั้งสองประเทศในปี 2014 ยังคงมีมูลค่าเพีงแค่ 5,560 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งงยังคงห่างจากเป้าหมายที่ทั้งสองวางไว้ ประธานาธิบดี Rousseff จึงได้พยายามโน้มน้าวให้ประเทศรัสเซียเข้ามาลงทุนในด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานภายในประเทศของตน ทั้งยังมีการกระชับความร่วมมือในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอีกด้วย (Da Redação, 2014)

ในปี 2015 ประธานาธิบดี Putin และประธานาธิบดี Rousseff ได้มีการพบปะพูดคุยกันโดยได้มีการกล่าวถึงการค้าที่ขยายตัวระหว่างทั้งสองประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 15 ในปี 2014 ทั้งยังมั่นใจว่าการค้าระหว่างทั้งสองจะยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตามทั้งสองยังคงมองว่าจำเป็นต้องมีการเพิ่มความร่วมมือระหว่างกัน รวมไปถึงการลงทุนร่วมกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ 1 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประเทศบราซิลเองได้เปิดทางให้กับบริษัทด้านการก่อสร้างท่าเรือและทางรถไฟของรัสเซียในการเข้ามาลงทุนภายในประเทศเนื่องจากในขณะนั้นประเทศบราซิลกำลังดำเนินการตามแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศตนอยู่ (President of Russia, 2015) 

An Arms Market

ประเทศรัสเซียได้ให้ความสำคัญกับประเทศบราซิลในฐานะที่เป็นตลาดอาวุธหลัก ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 306.7 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐในช่วงระหว่างปี 2008 – 2012 สนธิสัญญาการซื้อขายดังกล่าวได้รวมถึงการซื้อขายเฮลิคอปเตอร์ระหว่างทั้งสองประเทศเช่นกัน  ส่งผลให้ในปี 2013 บริษัท Russian Helicopters และบริษัท Odebrech ของบราซิลได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อสร้างโรงงานบำรุงรักษาขึ้นในประเทศบราซิลเพื่อดำเนินการประกอบ ซ่อมแซมและบำรุงรกาาเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าว (Giles and Ellis, 2017)

Michel Temer

การดำเนินงานของรัฐบาล Michel Temer ได้มีการเดินทางเพื่อพบปะเจรจาระหว่างประธานาธิบดีทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการหลายครั้ง ซึ่งการเจรจาส่วนใหญ่จะเน้นไปที่การกระชับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นรวมไปถึงการขยายการค้าทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าในความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยในวันที่ 21 มิถุนายน 2017 ประธานาธิบดี Temer ได้เดินทางไปเพื่อเจรจากับประธานาธิบดี Putin อย่างเป็นทางการตามคำเชิญของรัสเซีย ภายหลังการประชุมร่วมกันได้มีการลงนามข้อตกลงทวิภาคีเพื่อส่งเสริมความคิดริเริ่มที่มีความสำคัญร่วมกันในด้านการส่งเสริมการลงทุน การอำนวยความสะดวกทางการค้าและขั้นตอนศุลกากรซึ่งเป้าหมายหลักของการลงนามดังกล่าวคือการเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรของบราซิลที่คาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้น  ในปี 2016 ประเทศรัสเซียมีการนำเข้าเนื้อสัตว์มากถึงร้อยละ 60 การอำนวยความสะดวกทางการค้าดังกล่าวเป็นไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการค้าระดับทวิภาคีที่เคยทำไว้ในช่วงของประธานาธิบดี Lula โดยใช่ช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมปี 2017 การค้าระหว่างบราซิลและรัสเซียมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2016 ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการเติบโตกว่า 2,100 ล้านเหรียญสหรัฐ (Presidency of the Republic of Brazil, 2017; Tokarnia, 2017)

Jair Bolsonaro 

ภายหลังการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดี Jair Bolsonaro ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดี Putin ได้มีร่วมแสดงความยินดีกับชัยชนะของนาย Bolsonaro และแสดงความมั่นใจว่าความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีของทั้งสองประเทศจะยังคงดำเนินต่อไปแม้ว่าประธานาธิบดี Bolsonaro จะมีแนวโน้มที่จะเป็นมิตรกับประเทศสหรัฐอเมริกามากกว่าแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีทั้งในด้านการส่งออกอาหารและสินค้าเกษตร รวมไปถึงความร่วมมือกันในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศทหารและโทรคมนาคมของทั้งสองประเทศจะยังคงดำเนินต่อไปได้ (Korzun, 2018) ในการประชุม G20 ที่โอซาก้าในเดือนมิถุนายนซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างนาย  Bolsonaro และ Putin โดยประธานาธิบดี Bolsonaro ได้กล่าวว่าตนมีความเคารพต่อประธานาธิบดี Putin เป็นอย่างมากทั้งยังกล่าวว่าประเทศบราซิลประทับใจเป้นอย่างมากที่ได้ทำการค้าระหว่างกันโดยที่ไม่ได้ถูกชี้นำด้วยอุดมการณือย่างในอดีต  นอกจากนี้ประธานาธิบดี Bolsonaro ยังหวังว่าประเทศรัสเซียจะยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาตวามขัดแย้งภายในประเทศเวเนซุเอลาซึ่งเป็นประเทศเพื่อบ้านของบราซิล (Pan, 2019)

ที่มา

Da Redação. (2014). Dilma convida Rússia a investir em infraestrutura e energia. [Online]. Retrieved from https://exame.abril.com.br/brasil/dilma-convida-russia-a-investir-em-infraestrutura-e-energia/

Giles, K. and Ellis, R. E. (2017). The Rise of Russia. [Online]. Retrieved from https://books.google.co.th/books?id=C-5CDwAAQBAJ&pg=PT221&lpg=PT221&dq=dilma+and+russia+overview&source=bl&ots=_uZYhv6dUL&sig=ACfU3U3LOhvga9Z8SvvykGrsyhrqxZUE2w&hl=th&sa=X&ved=2ahUKEwjDv8zz0YLlAhWJQo8KHVcPB4k4FBDoATAGegQICRAB#v=onepage&q=dilma%20and%20russia%20overview&f=false

Gvosdev, N. K. and Marsh, C. (2013). Russian Foreign Policy: Interests, Vectors, and Sectors. [Online]. Retrieved from https://books.google.co.th/books?id=CduOAQAAQBAJ&pg=PA384&lpg=PA384&dq=lula+and+russia&source=bl&ots=EECUMJ2-RR&sig=ACfU3U3iQgKQV7A6rCK8re5otk53rUMq7Q&hl=th&sa=X&ved=2ahUKEwjBqI-MmILlAhVELI8KHQ3yDu84ChDoATAEegQIBhAB#v=onepage&q=lula%20and%20russia&f=false

Korzun, P. (2018). Jair Bolsonaro Elected President of Brazil: Prospects for Russia-Brazilian Relations. [Online]. Retrieved from https://www.strategic-culture.org/news/2018/11/01/jair-bolsonaro-elected-president-brazil-prospects-for-russia-brazilian-relations/

Pan, J. (2019). Bolsonaro diz esperar ajuda de Putin para resolver crise na Venezuela. [Online]. Retrieved from https://jovempan.com.br/noticias/brasil/bolsonaro-diz-esperar-ajuda-de-putin-para-resolver-crise-na-venezuela.html

President of Russia. (2015). Meeting with President of Brazil Dilma Rousseff. [Online]. Retrieved from http://en.kremlin.ru/events/president/news/49889

Presidency of the Republic of Brazil. (2017). Temer arrives in Russia for official visit. [Online]. Retrieved From http://www.brazil.gov.br/about-brazil/news/2017/06/temer-arrives-in-russia-for-official-visit

Stuenkel, O. 2010. Is there a case for stronger Brazil-Russia relations. [Online]. Retrieved from https://www.postwesternworld.com/2010/10/10/is-there-a-case-for-stronger-brazil-russia-relations/

The Kremlin. (2005).Vladimir Putin met with the President of Brazil, Luiz Inacio Lula da Silva. [Online]. Retrieved from http://en.kremlin.ru/events/president/news/34265

Tokarnia, M. (2017). Temer goes to Russia to discuss energy and environment. [Online]. Retrieved From http://agenciabrasil.ebc.com.br/en/internacional/noticia/2017-06/temer-goes-russia-discuss-energy-and-environment

2 Comments Add yours

  1. chariibann's avatar chariibann says:

    จากความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศระหว่างรัสเซียและบราซิล ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันในหลายๆด้าน แต่อยากทราบว่าความสัมพันธ์ด้านใดที่มีความสำคัญมากที่สุดสำหรับทั้งสองประเทศและเพราะอะไรถึงสำคัญมากที่สุด เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย เลยจึงอยากทราบว่านอกจากเหตุการณ์ความสัมพันธ์ที่ดีของทั้งสองประเทศแล้ว ทั้งสองประเทศยังมีความขัดแย้งด้านอื่นๆอีกหรือไม่ แล้วส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด และทางกลุ่มของผู้จัดทำมองว่าในอนาคตนั้นความสัมพันธ์ของประเทศทั้งสองจะมีความสัมพันธ์ไปในทิศทางใด แต่ขอชื่นชมในเรื่องของการเรียงลำดับเนื้อหา เพราะทำให้อ่านตามได้ง่ายในแต่ละหัวข้อ(เวเนซุเอลา💜)

    Like

  2. Itsaree's avatar Itsaree says:

    บราซิลกับรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยเฉพาะด้านการค้า คือความร่วมมือ CAN แต่ความสัมพันธ์ยังเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เน้นแฟ้น แต่ในช่วงหลังสงครามเย็นรัสเซียกับบราซิลเริ่มมีความสัมพันธ์ที่เน้นแฟ้นขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะการเข้ามาของรัสเซียจะช่วยคานอำนาจของสหรัฐอเมริกาได้ (กลุ่มคอสตาริก้า)

    Like

Leave a comment