GREENPEACE

Photo : Greenpeace

กรีนพีซเป็นองค์การนอกภาครัฐที่ดำเนินกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมโดยมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างสร้างสรรค์และสันติวิธีแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลกเพื่ออนาคตที่น่าอยู่และปลอดภัย โดยแรกเริ่มกรีนพีซได้ถูกก่อตั้งขึ้นที่ประเทศแคนาดาในปี 2514 โดยเป้าหมายหลักของกรีนพีซคือสร้างโลกที่น่าอยู่และปลอดภัยและเหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิตบนโลก ดังนั้นกรีนพีซจึงตั้งเป้าหมายเพื่อที่จะดูแลสิ่งแวดล้อมโดยการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพในทุกรูปแบบ รักษาสภาพภูมิอากาศโลกให้คงอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตภาวะโลกร้อน สนับสนุนสันติภาพโดยการรณรงค์ให้มีการลดการใช้กำลังอาวุธและความรุนแรงโดยเฉพาะอาวุธนิวเคลียร์ สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด รณรงค์การบริโภคที่ล้นเกินและจัดให้มีการเรียนรู้ที่ใช้ชีวิตภายในขีดจำกัดทางนิเวศวิทยาของโลก

องค์การกรีนพีซในบราซิลเปิดตัวอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 26 เมษายน 2535 หลังมีการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่เมืองริโอเดอจาเนโรประเทศบราซิล  (ECO-92 หรือ Rio-92 ) โดยกรีนพีซในบราซิลมุ่งเน้นที่จะดำเนินงานตามเป้าหมายขององค์การที่ตั้งไว้แรกเริ่มดังนั้นองค์การจึงมีความพยายามที่จะดูแลและควบคุมการกระทำต่าง ๆ ที่อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม อย่างการป้องกันและยับยั้งนิวเคลียร์ การดูแลเกี่ยวกับการลดลงของทรัพยากรธรรมชาติในแอมะซอนเพื่อให้มีสภาพภูมิอากาศที่ดี เห็นได้จากที่องค์การได้มีรณรงค์เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลงนามสนับสนุนการลดการตัดไม้ทำลายป่าให้เป็นศูนย์ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีโดยมีประชาชนร่วมลงนามกว่า1.4ล้านคน จนในที่สุดองค์การสามารถรวบรวมรายชื่อและนำรายชื่อที่ได้ไปเสนอร่างเป็นพระราชบัญญัติการตัดไม้ทำลายในปี 2558 ไม่เพียงแต่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้นที่กรีนพีซให้ความสำคัญแต่ในประเด็นด้านความเป็นอยู่ของผู้คนก็ได้รับความสำคัญเช่นกัน เห็นได้จากเมื่อกรีนพีซเห็นถึงปัญหาด้านความเป็นอยู่ของประชากรในบราซิล จึงมีการจัดตั้งโครงการ Amazon Friendly City ขึ้นเพื่อดูแลเกี่ยวกับสุขอนามัยของประชากรในบราซิล

ซึ่งในปัจจุบันกรีนพีซถือเป็นองค์การเอกชนที่มีอิทธิพลในด้านสิ่งแวดล้อมของบราซิลเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นองค์การที่มักดำเนินกิจกรรมเรียกร้องเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่อย่างสม่ำเสมอจนกลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่กลายเป็นผู้นำและเรียกร้องให้เกิดการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างถูกต้องและควรจะเป็น อาทิ กรีนพีซได้ออกมารณรงค์ไม่มีการทำลายป่า Amazon ในช่วงระหว่างเดือนสิงหาคม 2017 ถึงเดือนกรกฎาคม 2561 เนื่องจากพบว่ามีต้นไม้มากกว่า 1,000 ล้านต้นใน Amazon ถูกตัดทำลาย ซึ่งคิดเป็น 1,500 ต้นต่อเฮกตาร์ ตลอดจนในปี 2019 ที่ปริมาณการทำลายป่ากลับไม่ลดลงและกลับเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ และเนื่องจากเหตุการณ์ตัดไม้ทำลายป่าที่เกิดขึ้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างผิดกฎหมาย ดังนั้นทางองค์การจึงได้ออกมารณรงค์ให้มีการปกป้องป่าเพื่อให้ป่าและความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์ของป่าสามารถดำรงอยู่สืบต่อไป นอกจากนั้นทางกลุ่มยังได้ออกมาประนาฌรัฐบาลสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากองค์การเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้มีการตัดไม้ทำลายป่าที่นานวันมักเพิ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆนั้น มีสาเหตุเกิดขึ้นมาจากการที่ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของราซิลอย่าง Jair Messias Bolsonaro ที่ซึ่งมาจากพรรคฝ่ายขวาจัด ได้ดำเนินนโยบายที่ละเลยทรัพยากรและสภาพแวดล้อมโดยการตัดงบในการดูแลป่าลดลง 40% และเปิดให้พื้นที่ป่าถูกถางและเผาอย่างกว้างขวางเพื่อนำมาเป็นพื้นที่เกษตร

Photo : Greenpeace

ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงสำคัญในการเผยแพร่ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ประชาชนรับรู้ การกระทำนี้ส่งผลให้มีประชาชนออกมาต่อต้านและเรียกร้องให้ประธานาธิบดีออกมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นในเหตุการณ์ล่าสุดที่ในช่วงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมาจนถึงในขณะนี้ที่เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าแอมะซอนอย่างรุนแรงจน ถือได้ว่าเป็นเหตุกาณ์เพลิงไหม้ป่าครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบราซิลและถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างเสียหายอย่างมากให้แก่ป่าแอมะซอนที่เรียกได้ว่าเป็นป่าดิบชื้นเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุดและมีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลก เนื่องจากมีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากไฟป่ากว่า 2.5 ล้านตารางกิโลเมตร ยังไม่นับรวมความเสียหายด้านระบบนิเวศน์ของป่าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าในครั้งนี้ โดยช่วงแรกที่เกิดเหตุไฟไหม้ป่าขึ้นรัฐบาลซึ่งนำโดยประธานาธิบดี Bolsonaro ไม่ได้ออกมาแสดงถึงการรับผิดชอบแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าที่ควร จนเป็นผลให้องค์การกรีนพีซได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาควบคุมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นตัวแทนของกรีนพีซยังมีความเชื่ออีกว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่นี้มาจากของรัฐบาลชุดนี้เพราะนอกจากที่รัฐบาลมีนโยบายต่อต้านสิ่งแวดล้อมแล้วรัฐบาลยังทำการโจมตีและตัดงบประมาณของกองทุนแอมะซอนด้วยการปิดกั้นการบริจาคเงินจำนวน 288 ล้านดอลลาร์จากนอร์เวย์และเยอรมนี จนทำให้เกิดผลกระทบที่ผิดปกติต่อการต่อสู้กับการทำลายป่าและไฟไหม้ในอเมซอน โดยนาย Danicley Aguiar หนึ่งในสมาชิกจากแคมเปญอเมซอนของกรีนพีซออกมากล่าวว่า    

“ ผู้ที่ทำลายแอมะซอนได้รับการสนับสนุนจากคำพูดและการกระทำของรัฐบาล Bolsonaro ที่ได้ทำการรื้อนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศอย่างจริงจังนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งมา ”

นอกจากนั้นทางองค์การกรีนพีซเองก็ได้ออกมากล่าวอีกว่าการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศให้อยู่ในภาวะวิกฤตมากขึ้นเนื่องจากยิ่งมีการเผาไหม้ในแอมะซอนมากเท่าไรการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็จะมีมากขึ้นเท่านั้นซึ่งมันจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โลกร้อนมากขึ้น นอกเหนือจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกการตัดไม้ทำลายป่าโดยตรงยังก่อให้ปริมาณน้ำฝนในภูมิภาคเกิดการเปลี่ยนแปลงจนส่งผลกระทบให้ฤดูแล้งมีระยะเวลาที่ยาวนานขึ้นจนส่งผลกระทบต่อป่าความหลากหลายทางชีวภาพ การเกษตรและสุขภาพของมนุษย์ จนกระทั่งในวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมามีนักกิจกรรม ศิลปินและคนหลายพันคนเข้าร่วมกรีนพีซ เพื่อเข้าร่วมกันออกมาเดินประท้วงตามท้องถนนในเมืองต่างๆทั่วประเทศเพื่อขอให้มีการปกป้องแอมะซอนเพื่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังมีผู้ชุมนุมจำนวนมากไปรวมตัวกันบริเวณหน้าสถานทูตบราซิล เพื่อแสดงความไม่พอใจในการรับมือกับไฟป่าแอมะซอนของรัฐบาล โดยผู้ชุมนุมได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดี Bolsonaro ดำเนินการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง นอกจากนั้นผู้นำจากนานาประเทศและองค์การสิ่งแวดล้อมระดับโลกต่างแสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับวิกฤตไฟป่าที่เกิดขึ้น จนทำให้หลังจากนั้นไม่นานประธานาธิบดี Bolsonaro ได้ออกมาเคลื่อนไหวโดยการเตรียมส่งกองกำลังทหารไปช่วยดับไฟป่าภายในวันเดียวกัน และได้ลงนามในกฤษฎีกาด้านสิ่งแวดล้อมในเวลาต่อมาโดยมีเนื้อหาห้ามไม่ให้มีการเผาป่าทั่วประเทศเป็นเวลา 60 วัน รวมถึงยังมีการกวาดล้างพื้นที่ดินในบริเวณป่าที่ถูกรุกรานเพื่อใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีได้ออกมาโจมตีองค์การนอกภาครัฐกลับการถ่ายทอดสดทาง Facebook ว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ป่านั้น เป็นผลมาจากองค์การเพื่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นผู้ทำให้เกิดขึ้นเนื่องจากต้องการที่จะทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลหลังจากที่ถูกภาครัฐตัดงบประมาณ การกระทำเช่นนี้ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจขึ้นในองค์การเอกชนเป็นอย่างมากจนเกิดการตอบโต้กันระหว่างรัฐบาลและองค์การเอกชนภาคประชาสังคมของบราซิลตลอดจนกระทั่งในขณะนี้

published : Sept 6,2019

อ้างอิง

กรุงเทพธุรกิจ. (2562). ‘ไฟป่าอเมซอน’ ปัญหาของคนทั้งโลก. Retrieved from https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/845208

กรุงเทพธุรกิจ. (2562). ทั่วโลกประท้วงบราซิลไม่เร่งดับไฟป่าอเมซอน. Retrieved from https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/844954

อีจัน. (2562). บราซิลห้ามเผาป่า 60 วัน หลังไฟป่า อเมซอนยังโหมไม่หยุด! Retrieved from https://www.ejan.co/news/5d68b063ba1c3

https://www.greenpeace.org/brazil