OAS

Organization of American States (OAS) หรือ องค์การรัฐอเมริกัน

About the OAS

องค์การรัฐอเมริกันเป็นองค์กรระดับภูมิภาคที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ย้อนกลับไปถึงการประชุมนานาชาติครั้งแรกของรัฐอเมริกันที่จัดขึ้นที่กรุงวอชิงตัน ระหว่างเดือนตุลาคม ปีค.ศ. 1889 ถึงเดือนเมษายน ปีค.ศ. 1890 การประชุมครั้งนั้นได้อนุมัติการจัดตั้งสหภาพนานาชาติแห่งสาธารณรัฐอเมริกัน เพื่อสำหรับร่วมกันจัดตั้งบทบัญญัติและก่อตั้งสถาบันที่เป็นที่รู้จักกันในนามของระบบนานาอเมริกันซึ่งเป็นระบบสถาบันระหว่างประเทศที่เก่าแก่ที่สุด

ความพยายามที่จะก่อตั้งองค์การความร่วมมือของประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกานั้นเริ่มต้นขึ้นภายหลังจากที่ประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกาประกาศเอกราชจากจักรวรรดินิยมยุโรป  ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยในปีค.ศ. 1826 ซีมอน โบลิบาร์ (Simon Bolivar) รัฐบุรุษผู้นำคนสำคัญของลาตินอเมริกาพยายามรวบรวมประเทศเอกราชใหม่ในช่วงนั้นมารวมตัวกันภายใต้การประชุม Congress of Panama แต่ความคิดที่จะรวบรวมประเทศดังกล่าวไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากการต่อต้านและแทรกแซงจากประเทศมหาอำนาจในตอนนั้น คือ อังกฤษและสเปน

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1890 ความพยามยามที่จะก่อตั้งองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกาจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง โดยมีการจัดการประชุมนานาชาติครั้งแรกของรัฐอเมริกัน ขึ้นที่กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา นำมาซึ่งการจัดตั้งองค์การความร่วมมือระดับภูมิภาคแห่งแรกในทวีปอเมริกา คือ International Union of American States โดยมีสำนักพาณิชย์กลางของรัฐอเมริกันทำหน้าที่เป็นหน่วยงานด้านเลขานุการขององค์การดังกล่าว ซึ่งองค์การจะเน้นความร่วมมือทางการค้าเป็นหลัก

ต่อมาในปีค.ศ. 1910 ณ การประชุมนานาชาติครั้งที่ 4 ของรัฐอเมริกัน ได้มีการเปลี่ยนชื่อองค์การเป็น The Union of American Republics และสำนักพาณิชย์กลางของรัฐอเมริกันก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Pan American Union และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันขององค์การรัฐอเมริกัน

ต่อมาในการประชุมนานาชาติครั้งที่ 9 ของรัฐอเมริกัน หัวข้อการประชุมคือการต่อสู้กับลัทธิคอมมิวนิสต์ในซีกโลกตะวันตก ณ การประชุมครั้งนั้นจึงมีการปฏิญาณตนของรัฐทั้งหมด 21 รัฐ เรียกได้ว่าเป็นรัฐริเริ่มก็ว่าได้ ตกลงร่วมมือกันก่อตั้งองค์การรัฐอเมริกันขึ้น เพื่อทำหน้าที่แทน Pan American Union ซึ่งจะถูกยุบหลังการประชุมครั้งนั้น ณ วันนั้น จึงเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่แท้จริงขององค์การรัฐอเมริกัน โดยต่อมาได้มีอีก 14 รัฐเข้าร่วมองค์การ

องค์การรัฐอเมริกันถูกก่อตั้งในวันที่ 30 เมษายน ปีค.ศ. 1948 ตามกฎบัตรโบโกตา ในระหว่างการประชุมนานาชาติครั้งที่ 9 ของรัฐอเมริกัน ณ กรุงโบโกตา สาธารณรัฐโคลัมเบีย กฎบัตรขององค์การรัฐอเมริกันซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคม ปีค.ศ. 1951 ถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยพิธีสารของบัวโนสไอเรสที่ลงนามเมื่อปีค.ศ. 1967 แต่มีผลบังคับใช้เดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 1970

องค์การก่อตั้งขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของหมู่รัฐสมาชิก ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 1 ของกฎบัตร ซึ่งกล่าวไว้ “ดำรงไว้ซึ่งสันติภาพและความยุติธรรมเพื่อส่งเสริมความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของนานารัฐอเมริกัน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือของพวกเขา เพื่อปกป้องอธิปไตยของพวกเขาและอิสรภาพของพวกเขา” โดยทางองค์การได้ใช้วิธีการ 4 ง่าม ดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่จำเป็นอย่างมีประสิทธิภาพโดยยึดตามเสาหลัก อันได้แก่ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความมั่นคง และการพัฒนา เพื่อสนับสนุนและร่วมมือทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสันติภาพ รวมถึงให้ความช่วยเหลือทางด้านการทหารในกรณีที่รัฐสมาชิกใดถูกรุกราน

ปัจจุบันองค์การรัฐอเมริกันได้รวมรัฐอิสระรวม 35 แห่งของอเมริกาเข้าด้วยกัน และถือเป็นเวทีการเมืองและเวทีสังคมเดียวกันทางนิตินัย นอกจากนี้ยังมีรัฐและประเทศต่าง ๆ ที่เข้าร่วมในสถานะผู้สังเกตการณ์ถาวรถึง 69 รัฐ และสหภาพยุโรป รัฐที่เข้าร่วมสังเกตการณ์รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกสังเกตการณ์ถาวรเมื่อปีค.ศ. 1998

วัตถุประสงค์เดิมของการก่อตั้งองค์การ คือ ร่วมมือด้านการเมืองระหว่างประเทศ โดยแรกเริ่มมุ่งเน้นไปที่สร้างความมั่นคงในภูมิภาค แก้ไขปัญหาต่าง ๆ ด้วยสันติ และที่สำคัญที่สุดและเป็นเงื่อนไขหลักในการเข้ามาเป็นสมาชิกองค์การได้ คือ ต้องส่งเสริมและสนับสนุนระบอบประชาธิปไตย รวมถึงต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์และการแพร่ขยายของลัทธิ เมื่อวัตถุประสงค์หลักเริ่มแสดงผลสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ จึงเริ่มความร่วมมือด้านอื่น ๆ ตามมา อาทิ ด้านการค้า ด้านสังคม ด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นต้น

ต่อมาเมื่อสงครามเย็นได้สิ้นสุดลง ประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกาได้ปรับเปลี่ยนบาทบทของตัวเองและรูปแบบต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของเศรษฐกิจและเรื่องของการเมือง เพื่อให้เข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ให้ทันสมัยตามโลกาภิวัตน์ เช่น ปรับเปลี่ยนระบบการค้าจากเศรษฐกิจรวมศูนย์มาเป็นตลาดเสรี และมีความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าเกิดขึ้นเป็นองค์กรต่าง ๆ เช่น NAFTA, Andean Community เป็นต้น แม้ว่าองค์การรัฐอเมริกันจะมีชื่อเสียงในด้านความร่วมมือด้านการเมืองสูงเป็นอย่างมาก แต่ก็มิใช่ว่าความร่วมมือด้านอื่น ๆ จะไม่มีชื่อเสียง เมื่อกระแสของโลกได้เปลี่ยนไป ทางองค์การจึงได้ประชุมและปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์หลักของตน เนื่องจากวัตถุประสงค์ดั้งเดิมขององค์การเป็นการเน้นไปที่การส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยและการต่อต้านคอมมิวนิสต์ แต่เมื่อสิ้นสุดสงครามเย็น ลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ถูกลดบทบาทลงไปเป็นอย่างมาก ทางองค์การจึงหันมาให้ความสนใจในเรื่องการสร้างความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศสมาชิกในทุก ๆ ด้านแทน ดังนั้นองค์การจึงลดความสำคัญของการต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์ลง และเพิ่มระดับความสำคัญในการพัฒนาแทน เช่น เศรษฐกิจ การศึกษา การค้า สังคม วัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การคมนาคม สิ่งแวดล้อม การป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้ายาเสพติด เป็นต้น

Brazil and OAS

ประเทศบราซิลได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก OAS ในปี 1889

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2018 ประเทศบราซิลได้รับจดหมายเตือนจาก OAS ในเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยในรายงานกล่าวว่า “แม้ว่าบราซิลจะมีความก้าวหน้าในการแก้ปัญหาประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แต่เนื่องจากบราซิลนั้นมีปัญหาหนี้ในอดีตจึงทำให้เกิดปัญหาต่อโครงสร้างทางสังคมในทางความไม่เท่าเทียม และการแบ่งแยกทางเชื้อชาติ โดยในรายงานมีการกล่าวถึง สิ่งที่บราซิลต้องจัดการอย่างเร่งด่วน 2 ประการคือ ประเด็นทางสิทธิมนุษยชน และประเด็นทางคอร์รัปชั่น

Human Rights

จากการรายงานเบื้องต้นกล่าวว่า “ทาง OAS กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในบราซิลทั้งในปัจจุบันและอนาคต และทางบราซิลมีความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายสาธารณะ และการใช้อิทธิพลในพื้นที่สำคัญของประเทศ”

ที่มา http://agenciabrasil.ebc.com.br/en/direitos-humanos/noticia/2018-11/oas-commission-warns-about-human-rights-brazil

คณะกรรมธิการ OAS ได้เรียกร้องให้บราซิลให้ความสำคัญกับประเด็นทางสิทธิมนุษยชน แก่กลุ่มต่าง ๆ เช่น ชนพื้นเมือง quilombola ที่สืบเชื้อสายมาจากลูกหลานของทาส คนไร้บ้าน นอกจากนี้จากรายงานยังได้รายงานประเด็นที่เชื่อมโยงระหว่างสิทธิของคนในประเทศ เช่น LGTB ผู้สนับสนุนด้านสิทธิมนษยชน ผู้อพยพ และอิสระภาพของสื่อ รวมไปถึงสถาบันการศึกษา และองค์กรทางสังคม

ที่มา https://censos.ibge.gov.br/en/2184-news-agency/news/23354-ibge-consults-quilombola-and-idigenous-representatives.html

Corruption

ในรายงานยังได้กล่าวถึงการคอร์รัปชั่นโดยกล่าวว่าเป็นรูปแบบหนึ่งของการละเมิดสิทธิมนุษยชน คณะกรรมาธิการได้เตือนเกี่ยวกับความรุนแรงต่อผู้นำในเมืองและท้องถิ่น เนื่องจากการตายของสมาชิกสภาเมืองริโอ มารี ฟรังโกและคนขับรถของเธอ ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นอาชญกรรมที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม  (Agencia Brazil,2018)

Agreement between Brazil and OAS

การลงนามในข้อตกลงยินยอมให้ OAS เข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ปี 2018

หัวหน้าหน่วยงานการเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งของ OAS , อดีตประธานาธิบดี ครอสตาริก้า Laura Chinchilla และ รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของบราซิล Aloysio Nunes Ferreira ได้มีการร่วมลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับอนุญาตให้ OAS ส่งผู้สังเกตการณ์ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นในวันที่ 7 ตุลาคม 2018

จากข้อตกลงนี้รัฐบาลของบราซิลต้องอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่เข้ามาสังเกตการณ์ภายในประเทศและต้องรับรองว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผู้ที่เข้ามาทำภารกิจนี้ และปล่อยให้พวกเขาทำงานได้อย่างเสรี และในส่วนของ OAS นั้นได้ประกาศว่าจะดำเนินการอย่างเป็นกลาง โปร่งใส และเหมาะสม ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎบัตรประชาธิปไตย โดยมีการลงนามอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ปี 2017 (OAS,2018)

อ้างอิง

Agencia Brazil. (2018). OAS commission warns about human rights in Brazil Retrive from http://agenciabrasil.ebc.com.br/en/direitos-humanos/noticia/2018-11/oas-commission-warns-about-human-rights-brazil

OAS. (2018). What we do. [Online]. Retrieved August, 31. From http://www.oas.org/en/about/what_we_do.asp

OAS. (2018). Brazil and the OAS Sign Agreement that Ensures the Work of the Electoral Observation Mission for the October 7 Elections. [Online]. Retrieved September, 4. From https://www.oas.org/en/media_center/press_release.asp?sCodigo=E-053/18


OAS. (2018). Who we are. [Online]. Retrieved August, 31. From http://www.oas.org/en/about/who_we_are.asp

Peter j. Meyer. (2018). Organization of American States: Background and Issues for Congress. [Online]. Retrieved September, 2. From https://fas.org/sgp/crs/row/R42639.pdf