
Photo : Reuters
สตรีชนพื้นเมืองบราซิลจำนวนมากรวมตัวกันเดินขบวนต่อต้านนโยบายขวาจัดของ Bolsonalo
Jair Bolsonalo ที่อาคารกระทรวงสาธารณสุขกลางเมืองหลวงบราซิลเลียในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนกว่า 300 คน เรียกร้องให้รัฐบาลบราซิลให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและสาธารณสุขให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีชนพื้นเมือง อีกทั้งยังได้ประณามการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณสุขของรัฐบาล
รัฐบาลของ Jair Bolsonaro ต้องการให้เมืองต่าง ๆ ทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาบริการทางการแพทย์แก่ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น ๆ ขณะที่ผู้นำชุมชนได้แสดงความกังวลต่อความสามารถขององค์กรท้องถิ่น เนื่องจากขาดแคลนระบบโครงสร้างพื้นและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการ
โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ออกมาร่ายรำและร้องเพลงบริเวณอาคารสำนักเลขาธิการพิเศษด้านสุขภาพของชนพื้นเมือง หรือ Sesai และกล่าวว่า “เราถูกทิ้งทอดทิ้ง พวกเขาปฏิบัติกับคนพื้นเมืองเยี่ยงสัตว์ ” Teresa Cristina Kezonazokere ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Correio ซึ่งการประท้วงได้สิ้นสุดลงหลังจากผ่านไปสิบชั่วโมงเมื่อรัฐมนตรีสาธารณสุข Luiz Henrique Mandetta ออกมาบอกว่าจะเจรจากับผู้นำของกลุ่มโดยไม่มีพบรายงานความรุนแรง ต่อมาภายหลังประธานาธิบดีได้ออกมาให้คำมั่นว่าจะทำให้ชนพื้นเมืองในประเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับประชากรของบราซิล โดยคนพื้นเมืองบราซิลมีจำนวนกว่า 800,000 คนอาศัยอยู่ในถิ่นฐานดั้งเดิมจำนวนกว่า 450 เขตทั่วประเทศบราซิลซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 12% และส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอะเมซอน
อย่างไรก็ตามนักวิจารณ์มองว่าประธานาธิบดี Bolsonalo สนับสนุนการทำเหมืองแร่ที่ผิดกฎหมายและการรุกล้ำเขตป่าสงวน สังเกตได้จากเมื่อเดือนที่ผ่านมามีรายงานข่าวว่ามีผู้นำเผ่าชนพื้นเมืองถูกแทงเสียชีวิตโดยผู้กระทำความผิดคือกลุ่มนักขุดทองที่รุกร้ำเข้ามายังพื้นที่ของชนพื้นเมือง และในขณะเดียวกันจากข้อมูลของสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิลได้เปิดเผยว่าการตัดไม้ทำลายป่าในอะเมซอนซึ่งเป็นป่าฝนเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเพิ่มขึ้นกว่า 88% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ประธานาธิบดี Bolsonaro ได้ออกมาปฏิเสธและกล่าวหาว่าสถาบันดังกล่าวเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับระดับของการทำลายป่า
Publish : Aug 13, 2019