ประชาชนนับพันคนได้ออกมาร่วมกันทำความสะอาดคราบน้ำมันที่ปนเปื้อนตลอดชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล โดยคราบน้ำมันเหล่านี้ถูกพบครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 กันยายนแต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถที่จะระบุที่มาได้ ทั้งนี้นักวิชาการหลายคนได้ออกมาบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อาจนับว่าเป็นหายนะอันเลวร้ายที่สุดต่อปะการังในท้องทะเล นอกจากนี้การปนเปื้อนของน้ำมันยังส่งผลต่อธรรมชาติใต้ทะเลในหลายแห่งที่มีชื่อเสียงของบราซิลซึ่งรวมไปถึงหาด Praia do Futuro ในเมือง Ceará หาด Maragogi ในเมือง Alagoas และหาด Itacaré ในเมือง Bahia เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลที่เกิดขึ้นในครั้งนี้มีความท้าทายมากกว่าการรั่วไหลของน้ำมันทั่วไป เนื่องจากว่าน้ำมันดิบนั้นมีความหนาแน่นและไม่ลอยตัวอยู่บนพื้นผิวน้ำ แต่มันจะปรากฎให้เห็นและสามารถที่จะทำความสะอาดได้ก็ต่อเมื่อถูกพัดขึ้นมาบนชายฝั่งเท่านั้น อย่างไรก็ตามยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าถ้าหากระดับของน้ำมันเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นจะส่งผลเสียและเป็นปัญหาต่อ 9 รัฐที่ได้รับผลกระทบไปอีกนานแค่ไหน ความเสียหายโดยร่วมนั้นกระทบต่อสิ่งแวดล้อมครอบคลุมพื้นที่กว่า 2100 กิโลเมตร โดย Ibama เจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมได้ออกมาแถลงว่าจากการตรวจสอบน้ำมันที่พบบริเวณชายหาดนั้นพบว่ามีฐานการผลิตมาจากเวเนซุเอล่าแต่ว่าทางการยังไม่สามารถที่จะระบุเรือขนส่งน้ำมันที่ต้องรับผิดชอบต่อการรั่วไหลของน้ำมันในครั้งนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเวเนซุเอล่าจะต้องรับผิดชอบต่อการรั่วไหลของน้ำมันครั้งนี้ ซึ่งทางการของเวเนซุเอล่าเองก็ได้ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ข่าวประจำวันที่ 20 ตุลาคม 2562 ที่มา https://www.bbc.com/news/world-latin-america-50113383?intlink_from_url=https://www.bbc.com/news/topics/cmj34zmw77wt/brazil&link_location=live-reporting-story
Author: Namtip Kaewkongsri
EU imposes hen welfare standards on egg imports for first time
สหภาพยุโรปได้มีการกำหนดเงื่อนไขข้อตกลงการค้าสำหรับการนำเข้าไข่ไก่มายังยุโรปภายใต้เงื่อนไขสวัสดิภาพสัตว์ (ANIMAL WELFARE) เป็นครั้งแรก ไข่ที่นำเข้าจากบราซิล อาร์เจนตินา ปารากวัย และอุรุกวัยไปยังประเทศสมาชิกสภาพยุโรปนั้นไม่ต้องเสียภาษีหากแม่ไก่ได้รับการปฏิบัติตามมาตรฐานของสหภาพยุโรปภายใต้เงื่อนไขชั่วคราวของข้อตกลงการค้าใหม่ระหว่าง EU – Murcosur แม้ว่าข้อตกลงการค้าเสรีของสหภาพยุโรปก่อนหน้านี้ได้มีการบัญญัติเกี่ยวกับสวัสดิภาพสัตว์เอาไว้ เช่น ความร่วมมือระหว่าง EU และยูเคนปี 2014 แต่ในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่การงดเว้นภาษีนั้นต้องเป็นไปตามเงื่อนไขเฉพาะของยุโรปซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ยึดถือโดยทั่วไป RSPCA มองว่าการประกาศเงื่อนไขข้อตกลงนั้นเป็นการสร้างแบบอย่างที่ดีและเป็นการทำให้มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์ประสบความสำเร็จ ดังนั้นเงื่อนไขดังกล่าวนั้นจึงนับว่าเป็นครั้งแรกที่มาตรฐานสวัสดิภาพสัตว์กลายเป็นภาษีในข้อตกลงทางการค้าของสภาพยุโรป ทั้งนี้ยังได้มีการร้องขอให้อังกฤษปฏิบัติเช่นเดียวกันถ้าออกจากการเป็นสมาชิกสภาพยุโรปแล้ว ข้อตกลงดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยออกมาในการประชุมของคณะกรรมการด้านการเกษตรและการพัฒนาชนบทแห่งรัฐสภายุโรปเมื่อวันพุธที่ผ่านมา John Clark ผู้อำนวยการต่างประเทศของคณะกรรมาธิการยุโรปเพื่อการเกษตรและการพัฒนาชนบทให้สัมภาษณ์ว่า ข้อตกลงความร่วมมือในเรื่องสวัสดิภาพสัตว์นั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระดับสวัสดิการของสัตว์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มประเทศสมาชิก Mercosur เพื่อส่งเสริมให้เข้าสู่มาตรฐานชั้นนำของโลก การส่งไข่ออกจากกลุ่ม Mercosur จะได้รับการงดเว้นภาษีต่อเมื่อผู้ผลิตมีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานไข่ไก่ของยุโรปเท่านั้น การปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าวนั้นถือเป็นการทำให้การนำเข้าไข่จาก Mercosur นั้นมีราคาสูงขึ้นจากปกติร้อยละ 16 และยังทำให้ผู้ผลิตในสหภาพยุโรปสามารถที่จะแข่งขันกับการนำเข้าจากต่างประเทศได้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการยุโรปชี้ให้เห็นว่าเงื่อนไขข้อตกลงการค้าเสรีดังกล่าวนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศเนื่องจากการนำเข้าไข่จากกลุ่ม Mercosur นั้นเป็นไปอย่างจำกัด ที่มา The Guardian. (2019). EU imposes hen welfare standards on egg imports for first time. Retrieved…
Jair Bolsonaro pictured with second accused in Marielle Franco murder case
ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลและผู้สังเกตุการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนชาวบราซิลออกมาแสดงความไม่พอใจหลังจากมีการเผยแพร่ภาพถ่ายของประธานาธิบดี Jair Bolsonaro กับชายคนหนึ่งที่ถูกจับในข้อหาฆาตรกรรมสมาชิกสภาเมืองริโอเดอจาเนโร ซึ่งนี่นับว่าเป็นครั้งที่สองในรอบปีหลังการรับตำแหน่งประธานาธิบดีของ Bolsonaro ที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้น ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมามีภาพถ่ายระหว่าง Bolsonaro กับ Élcio Vieira de Queiroz ซึ่งเป็นอดีตตำรวจที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนขับรถในการก่อเหตุฆาตรกรรม Franco เผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ ทั้งนี้มีการตั้งข้อสงสัยว่า Franco นั้นตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มทหารที่ชื่อว่า “Militias” ที่ควบคุมกองทัพขนาดใหญ่ในริโอและคาดกลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้นจากคำสั่งของเข้าที่ตำรวจที่ประจำการหรือเกษียณอายุราชการไปแล้ว สื่อมวลชนตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ของประธานาธิบดี Bolsonaro กับผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตรกรรมและต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ขณะที่อีกด้านหนึ่งมองว่าประธานาธิบดีบราซิลไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับการลอบสังหาร Franco แต่มันแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันของตระกูล Bolsonaro กับกองทัพ Franco เป็นหนึ่งในสมาชิกสภาที่มีแนวคิดแบบสังคมนิยมอีกทั้งยังเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงของการเมืองในริโอในฐานะของผู้ที่ต่อสู่กับความโหดร้ายของตำรวจในพื้นที่ เขาถูกสังหารเมื่อปีที่แล้วพร้อมกับคนขับ Andersom Gomes ภายหลังจากจับกุมตัว Queiroz มือปืนผู้ก่อเหตุ ก็มีภาพถ่ายระหว่างประธานาธิบดี Bolsonaro กับ Queiroz ปล่อยออกมาโดยนิตยสารรายสัปดาห์ที่เป็นสายอนุรักษ์นิยม พร้อมทั้งเรียกร้องให่ประธานาธิบดีออกมาชี้แจงความสัมพันธ์ของเขากับฆาตรกรคนดังกล่าว และถึงแม้จะมีการควบคุมตัวผู้ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นคนสั่งการลอบสังหาร การทำงานอันล่าช้าของกระบวนการยุติธรรมนั้นสร้างความกังวลและการตั้งคำถามจากสื่อมวลชนและสังคมบราซิล ที่มา The Guardian. (2019). Jair Bolsonaro pictured with second…
Austria rejects EU-Mercosur trade deal over Amazon fires
ข้อตกลงการค้าระหว่างกลุ่ม Mercosur ของอมเริกาใต้และสหภาพยุโรปได้ถูกยุติลงอย่างไม่ต้องสงสัย เป็นผลมาจากการที่ออสเตรียได้แย้งในที่ประชุมเกี่ยวกับความกังวลเรื่องไฟไหม้แอมะซอนและลุกล้ำพื้นที่ป่าของภาคการเกษตรในบราซิล ทั้งนี้ฝ่ายกฎหมายของออสเตรียในคณะอนุกรรมการสหภาพยุโรปเกือบมีมติเอกฉันท์ให้ปฏิเสธข้อตกลงการค้าเสรี ส่งผลให้รัฐบาลออสเตรียได้ทำการวีโต้ในที่ประชุมสหประชาชาติแม้ว่าประเทศสมาชิกที่เหลือทั้งหมดต้องการที่จะทำข้อตกลงซื้อขายกับอเมริกาใต้ก็ตาม ร่างข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหภาพยุโรปและ Mercosur ซึ่งครอบคลุมทั้งบราซิล อุรุกวัย ปารากวัย และอาร์เจนตินาที่ได้ประกาศออกมาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาหลังจากการเจรจาเกือบทศวรรษ แต่เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาฝรั่งเศสกับไอร์แลนด์ได้ขู่ว่าจะไม่ให้สัตยาบันในข้อตกลงดังกล่าวเว้นเสียแต่ว่าประธานาธิบดี Jair Bolsonaro ของบราซิลจะดำเนินการเกี่ยวกับไฟไหม้ป่าที่บราซิลอย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งนี้ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อมาตรฐานสินค้ายุโรปและภาคการเกษตรยังคงเป็นประเด็นที่นำมาถกเถียงในที่ประชุมของออสเตรีย โดยออสเตรียมองว่าข้อตกลงการค้าเสรีจะไม่เป็นผลดีต่อภาคการเกษตรภายในประเทศ ที่มา Oltermann, P., (2019). Austria rejects EU-Mercosur trade deal over. Retrieved September 20, 2019. From https://www.theguardian.com/world/2019/sep/19/austria-rejects-eu-mercosur-trade-deal-over-amazon-fires.
Amazon Rainforest Crisis
เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมามีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์เกิดไฟป่าลุกลามที่ป่าแอมะซอนประเทศบราซิลบนโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก โดยระบุว่าเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นนั้นดำเนินมายาวนานกว่าหลายสัปดาห์ แต่สำนักข่าวและทางการบราซิลกลับไม่มีการเผยแพร่เรื่องราวดังกล่าวให้สังคมโลกได้รับรู้ ภาพถ่ายจำนวนมากถูกปล่อยออกมาบนสื่อโซเชียลต่าง ๆ ทั้ง Facebook, Twitter และ Youtube แสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับป่าแอมะซอนอย่างมหาศาล ภายหลังทางการรัฐบาลบราซิลได้ออกมาเปิดเผยว่าภาพไฟป่าที่ถูกดผยแพร่บนโลกออนไลน์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง นับเป็นเวลากว่าหลายสัปดาห์ที่เราได้เห็นพาดหัวข่าวว่าป่าฝนแอมะซอนกำลังลุกไหม้เป็นวงกว้าง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศของบราซิล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซาเปาโลูซึ่งนับว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของบราซิล ควันจากไฟป่าแพร่กระจายออกไปไกลหลายร้อยไมล์ เขม่าและควันทำให้กลุ่มเมฆปนเปื้อนจนสามารถเปลี่ยนให้กลางวันกลายเป็นกลางคืนได้เลย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2019 ไม่ถือเป็นเหตุการณ์ที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะเหตุการณ์ไฟป่าในแอมะซอนเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงฤดูแล้ง (ช่วงเดือนกรกฎาคม – ตุลาคม) ซึ่งสาเหตุอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น สายฟ้าฟาด แต่เหตุการณ์ในครั้งนี้เชื่อว่าเป็นผลมาจากการกระทำของเกษตรกรและคนลักลอบตัดไม้ทำลายป่า นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมได้ออกมากล่าวหา Jair Bolsonaro ประธานาธิบดีคนปัจจุบันว่าให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า ทั้งนี้ตัวประธานาธิบดี Bolsonaro ได้ออกมาโต้ตอบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากภายในและต่างประเทศ โดยการประกาศห้ามทำการจุดไฟเผาป่า (clearing land) เป็นเวลา 60 วัน นอกจากนี้ประธานาธิบดี Bolsonaro ยังได้ตอบรับข้อเสนอของรัฐบาลชิลีที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือโดยการส่งเครื่องบินสี่ลำพร้อมทหาร 44,000 นายมาเพื่อต่อสู้กับปัญหาไฟป่าครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี Bolsonaro ได้ปฏิเสธเงินช่วยเหลือจำนวน 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ของกลุ่ม G7…
Brazil’s native women come out to protests due to Bolsonaro policies
สตรีชนพื้นเมืองบราซิลจำนวนมากรวมตัวกันเดินขบวนต่อต้านนโยบายขวาจัดของ Bolsonalo Jair Bolsonalo ที่อาคารกระทรวงสาธารณสุขกลางเมืองหลวงบราซิลเลียในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนกว่า 300 คน เรียกร้องให้รัฐบาลบราซิลให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและสาธารณสุขให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสตรีชนพื้นเมือง อีกทั้งยังได้ประณามการเปลี่ยนแปลงนโยบายสาธารณสุขของรัฐบาล รัฐบาลของ Jair Bolsonaro ต้องการให้เมืองต่าง ๆ ทำหน้าที่รับผิดชอบในการจัดหาบริการทางการแพทย์แก่ชนพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น ๆ ขณะที่ผู้นำชุมชนได้แสดงความกังวลต่อความสามารถขององค์กรท้องถิ่น เนื่องจากขาดแคลนระบบโครงสร้างพื้นและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการ โดยกลุ่มผู้ประท้วงได้ออกมาร่ายรำและร้องเพลงบริเวณอาคารสำนักเลขาธิการพิเศษด้านสุขภาพของชนพื้นเมือง หรือ Sesai และกล่าวว่า “เราถูกทิ้งทอดทิ้ง พวกเขาปฏิบัติกับคนพื้นเมืองเยี่ยงสัตว์ ” Teresa Cristina Kezonazokere ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Correio ซึ่งการประท้วงได้สิ้นสุดลงหลังจากผ่านไปสิบชั่วโมงเมื่อรัฐมนตรีสาธารณสุข Luiz Henrique Mandetta ออกมาบอกว่าจะเจรจากับผู้นำของกลุ่มโดยไม่มีพบรายงานความรุนแรง ต่อมาภายหลังประธานาธิบดีได้ออกมาให้คำมั่นว่าจะทำให้ชนพื้นเมืองในประเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งกับประชากรของบราซิล โดยคนพื้นเมืองบราซิลมีจำนวนกว่า 800,000 คนอาศัยอยู่ในถิ่นฐานดั้งเดิมจำนวนกว่า 450 เขตทั่วประเทศบราซิลซึ่งครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 12% และส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตอะเมซอน อย่างไรก็ตามนักวิจารณ์มองว่าประธานาธิบดี Bolsonalo สนับสนุนการทำเหมืองแร่ที่ผิดกฎหมายและการรุกล้ำเขตป่าสงวน สังเกตได้จากเมื่อเดือนที่ผ่านมามีรายงานข่าวว่ามีผู้นำเผ่าชนพื้นเมืองถูกแทงเสียชีวิตโดยผู้กระทำความผิดคือกลุ่มนักขุดทองที่รุกร้ำเข้ามายังพื้นที่ของชนพื้นเมือง และในขณะเดียวกันจากข้อมูลของสถาบันวิจัยอวกาศแห่งชาติบราซิลได้เปิดเผยว่าการตัดไม้ทำลายป่าในอะเมซอนซึ่งเป็นป่าฝนเขตร้อนขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเพิ่มขึ้นกว่า 88% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ประธานาธิบดี Bolsonaro ได้ออกมาปฏิเสธและกล่าวหาว่าสถาบันดังกล่าวเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับระดับของการทำลายป่า Publish :…
Good relationship between China and Brazil in the beginning but then begin fading
ในช่วงแรกบราซิลมีความพยายามที่จะกระชับความสัมพันธ์ทางด้านการค้ากับจีน บราซิลมีความพยายามที่จะกระชับความสัมพันธ์กับประเทศจีนซึ่งถือได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าหลักของบราซิลโดยเห็นได้จากการที่ประธานาธิบดี Bolsonaro ได้ออกมายืนยันว่าเขาจะเดินทางไปเยือนประเทศแถบเอเชียโดยเฉพาะที่ประเทศจีนอย่างเป็นทางการในปี 2019 โดยมีจุดประสงค์หลักอย่างหนึ่งซึ่งก็คือไปเพื่อกระชับความสัมพันธ์ด้านการค้าเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของบราซิลให้มีการเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เนื่องจากในปี 2018 การค้าระหว่างทั้งสองประเทศสร้างมูลค่าเกิน 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ยืนยันได้ว่าประเทศจีนเป็นประเทศผู้ซื้อผลิตภัณฑ์รายใหญ่ของบราซิลและถือเป็นเป้าหมายที่สำคัญต่อการส่งออกของบราซิล ในขณะเดียวกัน Yang Wanming นักการทูตของประเทศจีนประจำประเทศบราซิล ได้ประเมินว่าเมื่อทั้งสองประเทศทำการปฏิรูปเศรษฐกิจร่วมกันโดยการทำการค้าในระดับทวิภาคีจะส่งผลให้จีนและบราซิลมีความสัมพันธ์ต่อกันในลักษณะที่เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และเขายังกล่าวอีกว่าการปฏิรูปและการเปลี่ยนแปลงในสถาบันการเมืองและเศรษฐกิจของบราซิลถือเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญทางธุรกิจของจีน published: Mar 08, 2019 http://www.brazil.gov.br/about-brazil/news/2019/03/bolsonaro-confirms-trip-to-china-in-search-of-furthering-bilateral-trade แต่ต่อมาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศกลับมีท่าทีเปลี่ยนไป เนื่องจาก Jair Bolsonaro ได้พูดถึงจีนระหว่างการปราศรัยในเวลาต่อมา โดยเนื้อหาเขาได้ทำการปราศรัยมีเนื้อหาเกี่ยวกับความไม่พอใจเกี่ยวกับที่จีนพยายามที่จะกระทำการต่างๆที่เป็นภัยคุมคามต่อประเทศ โดยเขาได้ออกมากล่าวเตือนเรื่องที่จีนเรียกร้องข้อตกลงที่มากเกินไปเกี่ยวกับการครอบครองไนโอเบียมซึ่งเป็นหนึ่งในแร่สำคัญของอเมริกาใต้ที่เป็นแร่ไว้ใช้สำหรับใส่ผสมกับเหล็กเพื่อที่จะทำให้เหล็กมีน้ำหนักเบาขึ้น และบราซิลเองก็เป็นประเทศที่ครอบครองแร่นี้มากกว่าร้อยละ 85 ของโลก อีกทั้ง Bolsonaro ยังกล่าวอีกว่าการที่บราซิลสามารถควบคุมควบคุมแร่ไนโอเบียมได้จะทำให้บราซิลกลายเป็นชาติร่ำรวยที่สุดในโลกได้ เป็นผลให้บราซิลไม่ต้องการให้จีนเข้ามาซื้อที่ดินในบราซิล เนื่องจากถ้าจีนสามารถเข้ามาซื้อที่ดินในบราซิลได้ก้จะเท่ากับการที่บราซิลให้เงินจีนเป็นมูลค่ามากกว่าล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ Published: Apr 23, 2019 https://www.americasquarterly.org/content/china-brazil-trade
Brazil and Peru sign a declaration on energy cooperation
“We must take advantage of the country’s huge geological potential,” — Minister Ísmodes บราซิลและเปรูลงนามร่วมมือกันในภาคพลังงาน บราซิลและเปรูเตรียมกระชับความร่วมมือต่อกันในภาคพลังงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของทั้งสองประเทศอย่าง Bento Albuquerque และ Francisco Atilio Ísmodes ได้ทำการลงนามปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมือด้านพลังงานต่อกันในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2019 ซึ่งการลงนามปฏิญญานี้เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมที่ประเทศแคนาดา โดยในการประชุมดังกล่าวทั้งสองประเทศยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะกระชับความร่วมมือทวิภาคีในด้านต่าง ๆ ต่อกัน เช่น การวางแผนพลังงาน ความปลอดภัยเขื่อน การหาพลังงานทดแทนวัสดุกัมมันตรังสี รวมไปถึงการฝึกอบรม เป็นต้น ดังนั้นจึงมีการตกลงและลงนามเกิดขึ้นในเวลาต่อมาโดยเอกสารที่มีการลงนามนั้นจะมีข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นการแลกเปลี่ยนพลังงานและระบุผลประโยชน์ร่วมกันสำหรับของทั้งสองประเทศ Published: Mar 06, 2019 http://www.brazil.gov.br/about-brazil/news/2019/03/brazil-and-peru-sign-declaration-of-cooperation-on-energy https://andina.pe/ingles/noticia-peru-and-brazil-sign-miningenergy-cooperation-agreement-744528.aspx
Trump promises to ‘work on a free trade agreement with Brazil’
ประธานธิบดีสหรัฐฯ ให้สัญญาว่าจะทำข้อตกลงการค้าเสรีกับบราซิล ในวันอังคารที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมาประธานาธิบดี Donald Trump ได้กล่าวว่าจะทำข้อตกลงการค้าเสรีกับบราซิล ท่าทีดังกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ และ Jair Bolsonaro ประธานาธิบดีบราซิล การทำข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของทวีปอเมริกาทั้งสองจะสามารถช่วยลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกันได้อย่างมาก แม้ว่าการให้สัมภาษณ์ของประธานาธิบดี Donald Trump นั้นไม่ได้มีการให้รายละเอียดมากนักนอกจากการกล่าวสั้นๆ ว่า “เราจะทำข้อตกลงการค้าเสรีกับบราซิล” แต่อย่างไรก็ตามข้อตกลงการค้าดังกล่าวก็มีความเป็นไปได้ เนื่องจากว่าความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและบราซิลมีความใกล้ชิดกันมากขึ้นตั้งแต่ Jair Bolsonaro เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีบราซิลเมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง Jair Bolsonaro ได้นำรูปแบบการหาเสียงของ Trump มาใช้ “We’re going to work on a free trade agreement with Brazil.” — Donald Trump. July 30, 2019 ในปี…