Alliance (1820s – 1920s)

ช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ถึงช่วงก่อนสงครามโลดครั้งที่ 2 บราซิลและสหรัฐอเมริกาเป็นพันธมิตรที่ดีต่อกัน มีความร่วมมือกันทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง ตลอดจนความร่วมมือทางการทหาร…

ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศบราซิลและสหรัฐอเมริกานั้นมีมาอย่างยาวนาน ภายหลังจากการเข้ามายังริโอเดอจาเนโรของราชสำนักโปรตุเกส ได้มีการเปิดท่าเรือเพื่อการคมนาคมระหว่างประเทศ ก่อนที่ในปี 1815 สหรัฐอเมริกาได้เป็นประเทศแรกที่เข้ามาสร้าสถานกงสุลในดินแดนบราซิล อีกทั้งสหรัฐฯ เป็นประเทศแรกที่ยอมรับคำประกาศอิสระภาพของบราซิลจากโปรตุเกสในปีค.ศ. 1822 ซึ่งการยอมรับความเป็นอิสระของประเทศในทวีปอเมริกาจากชาวยุโรปนั้นถือว่าเป็นนโยบายของสหรัฐฯ ที่หวังจะบ่อนทำลายอิทธิพลของชาวยุโรปในภูมิภาคนี้ในช่วงศตวรรษที่ 19 

เมื่ออิทธิพลของยุโรปในภูมิภาคอเมริกาใต้เริ่มเสื่อมลง ความสัมพันธ์ระหว่างบราซิลและอังกฤษเริ่มขาดตอนแม้ว่าอังกฤษจะยังคงเป็นผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียรายใหญ่ในภาคเศรษฐกิจของบราซิล ทั้งภาคการขนส่ง การสื่อสาร และการเงิน ทำให้จำเป็นต้องคงความสำคัญของอังกฤษไว้จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่หนึ่งได้ปะทุขึ้น ทางด้านของสหรัฐอเมริกาจึงได้เร่งฝีเท้าข้ามมหาสมุทรแอนแลนติกมาเพื่อแทนที่ยุโรป แม้ว่าในทีแรกความสัมพันธ์ของบราซิลกับสหรัฐฯ จะดำเนินไปอย่างจำกัดอยู่ภายใต้กรอบพหุภาคี เช่น การประชุมรัฐอเมริกันใน (Conference of American State) การประชุม Pan-American ครั้งที่ 1 ในปี 1890 ซึ่งเป็นการประชุมที่หลาย ๆ ประเทศในอเมริกาใต้ได้เข้าร่วมประชุมกับสหรัฐฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับโครงการบูรณาการระดับภูมิภาคในด้านการทหารไปตลอดจนความร่วมมือทางเศรษฐกิจ โดยสหรัฐฯ วางแผนที่จะสร้างกลุ่มทางเศรษฐกิจในลักษณะของสหภาพศุลกากรเพื่อต่อต้านสหภาพยุโรป (European Union) จุดมุ่งหมายหลักคือการระงับภาษีศุลกากรระหว่างกลุ่มและกีดกันการค้าจากยุโรป นอกจากนี้สหรัฐฯ ยังได้เข้ามาเจรจาต่อรองเรื่องเขตแดนระหว่างบราซิลกับอาร์เจนตินาโดยให้การสนับสนุนบราซิล ขณะที่บราซิลเองก็ให้การช่วยเหลือสหรัฐฯ ในด้านการเมืองและการคมนาคม 

 The Pan-American Conference in Rio de Janeiro, 1906.

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ให้การการรับรองความเป็นมิตรกันของทั้งสองประเทศด้วยการตกลงสนับสนุนการเสริมกำลังทหารเรือของบราซิลปี 1913 และมีโครงการความร่วมมือทางการทหารร่วมกันอีกด้วย อย่างไรก็ตามในเวทีเศรษฐกิจนั้นเกิดความไม่สมดุลกันทางการค้า เนื่องจากว่าในปี 1910 – 1914 การส่งออกกว่าร้อยละ 38 ของบราซิลนั้นไปยังตลาดสหรัฐฯ แต่สินค้าอเมริกันกลับส่งออกมายังบราซิลเพียงแค่ร้อยละ 1.5 ก่อนที่จะเริ่มมีการขยายตัวในช่วง 1914 – 1928 สินค้าประเภทยานพานะและชิ้นส่วน ข้าวสาลี น้ำมันเบนซิน รถราง เครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟา เป็นที่ต้องการมากที่สุดในบราซิล การลงทุนจากสหรัฐฯ เริ่มมีความสำคัญอย่างมากในช่วงปี 1920 โดยเฉพาะภาคการขนส่งและเหมืองแร่ เมื่อเทียบข้อมูลตั้งแต่ปี 1891 – 1928 จะเห็นได้ว่าการลงทุนจากต่างชาติโดยเฉพาะสหรัฐฯ นั้นมีจำนวนมากพอ ๆ กันกับการลดตัวลงของบริษัทจากอังกฤษ 

จะเห็นได้ว่าในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 20 ความสัมพันธ์ระหว่างบราซิลและสหรัฐฯ ในช่วงนี้เป็นไปในรูปแบบที่เป็นมิตรอันดีต่อกัน ทั้งสองมีความสนับสนุนเกื้อกูลกันในด้านต่าง ๆ ทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร แม้ว่าช่วงแรกจะเป็นการปฏิสัมพันธ์กันแบบพหุภาคีแต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าทั้งสองประเทศจะมีการพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่ทวิภาคีในอนาคต…

ที่มา
Hirst, M. (2013). Understanding Brazil-United States relations: contemporary history, current complexities and prospects for the 21st century. Brasília: FUNAG. Retrieved from http://funag.gov.br/biblioteca/download/1043-Understanding_Brazil_-_United_States_relations.pdf

One Comment Add yours

  1. Beer Nattawut's avatar Beer Nattawut says:

    ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาบราซิล มีความซับซ้อน ซึ่งการดำเนินความสัมพันธ์ชองบราซิลมีทั้งการต่อต้านและการยินยอมตามสหรัฐอเมริกา บราซิลได้มีการปรับปรุงนโยบาย และฟื้นฟูความสัมพันธ์ในระดับทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกาผ่านการส่งเสริมความร่วมมือ มีการตกลงและลงนามในหลายๆ ข้อตกลง สนับสนุนและช่วยเหลือกันในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร (ปานามา)

    Like

Leave a comment